Home » พรีเมียร์ลีกอังกฤษ
'โอซิล' รับ เป้า 'ปืนใหญ่' คือท็อปทรี ยก 'จิ้งจอก' สมควรแชมป์

เมซุต โอซิล จอมทัพสายแอสซิสต์ของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ชี้ว่าหากต้นสังกัดของเขาจบท็อปทรีในฤดูกาลนี้ จะเป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ พร้อมยก "จิ้งจอกสยาม" สมควรที่จะเป็นแชมป์แล้ว..
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันที่ 27 เม.ย. ว่า เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ตาปรือของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดเผยว่าหากตันสังกัดจบอันดับที่ 3 ของตาราง ถือว่าประสบความสำเร็จต่อเป้าหมายที่วางไว้ในฤดูกาลนี้
ปัจจุบัน ปืนใหญ่ รั้งอันดับที่ 4 ของตาราง โดยมีแต้มเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 3 แต่ผลต่างประตูได้เสียเป็นรอง ซึ่ง เพลย์เมกเกอร์แชมป์โลกชาวเยอรมันยืนกรานว่าทีมของเขาจะไม่ล้มเหลวหากทำอันดับแซงหน้าเรือใบสีฟ้า พร้อมยึดตำแหน่งท็อปทรีของลีกในฤดูกาลนี้กับเกมที่เหลืออีก 3 นัดได้
"ถ้าเราจบอันดับ 3 ในตาราง และได้ไปคัดเลือกแชมเปียนส์ลีก อย่างน้อยเราก็ทำตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้อย่างต่ำได้แล้ว" โอซิลกล่าวผ่าน SID "แต่เราน่าจะเป็นแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้ เราทำแต้มหล่นมากมายในการพบกับทีมที่เล็กกว่า"
"ปืนใหญ่" ตามหลัง "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ถึง 12 คะแนน และ โอซิล ก็รู้สึกว่า เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือคนเก่งของจิ้งจอกสยาม สมควรที่จะได้แชมป์แบบไม่มีข้อสงสัย
"แน่นอน ผมไม่เคยเชื่อสิ่งที่บางคนบอกกับผมเมื่อตอนก่อนฤดูกาลเริ่มว่า เลสเตอร์จะเป็นแชมป์ลีก ไม่มีใครเชื่อมันหรอก
ต้องยกนิ้วให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เลย พวกเขาใส่เต็มที่ 100 เปอร์เซนต์ในทุกนัดและพวกเขาสมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งหัวตาราง" อดีตแข้งราชันชุดขาวตบท้าย
ที่มา : thairath.co.th
'โอบาเมยอง' เผยความในใจ! อนาคตอยากมาเล่นในพรีเมียร์ลีก

ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยอง หอกฟอร์มฮอตของ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปรยเป็นนัยว่าเขามีความสนใจย้ายไปเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในอนาคต...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันที่ 26 เม.ย. ว่า ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมยอง ดาวยิงตัวเก่งของ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่บุนเดสลีกา เยอรมัน ยอมรับอนาคตภายภาคหน้าเขาสนใจที่จะย้ายไปเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ดาวเตะวัย 26 ปี ตกเป็นที่สนใจของบรรดายักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ด้วยผลงานที่โชว์ฟอร์มให้กับต้นสังกัดอย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ หลังยิงประตูในลีกไปแล้วถึง 34 ประตูรวมทุกรายการ
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ โอบาเมยอง จะเปิดเผยว่าความฝันของเขาคือการได้ไปเล่นลาลีกา สเปน แต่ทว่าตัวเขากลับกลายเป็นให้ความสนใจที่จะไปเล่นในพรีเมียร์ลีกเหมือนกัน
"ความฝันของผมคือการได้ไปเล่นในสเปน เพราะแม่ของผมมาจากสเปนและผมก็มีครอบครัวอยู่ที่นั่นบ้าง มันคือหนึ่งในความฝันของผม แต่ช่วงเวลานี้ผมอยู่ในเยอรมัน แน่นอนผมดูพรีเมียร์ลีก ผมดูหลายเกมเลยแหละ
แต่ละทีมเก่งมากมากและผมชอบนะ เพราะทุกเกมต่างเป็นเกมเปิด และมีพื้นที่มากและผมก็รักการมีพื้นที่เพราะผมชอบวิ่ง นั่นคือเหตุผลที่ดีมาก และมันก็เป็นลีกที่พิเศษมาก" โอบาเมยอง กล่าว
ที่มา : thairath.co.th
'เช็ก' เผย กลยุทธ์ข่มขู่คู่แข่ง คือกุญแจสู่ความสำเร็จ!

ปีเตอร์ เช็ก นายด่านจอมหนึบของ อาร์เซน่อล เปิดเผยถึงหนึ่งในกลยุทธ์ทางจิตวิทยา ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หลังทำลายสถิติคลีนชีตมากที่สุดของลีกเมืองผู้ดี...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันที่ 26 เม.ย. ว่า ปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตูของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกโรงเผยถึงหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญทางจิตวิทยาที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในอาชีพค้าแข้ง หลังทำลายสถิติคลีนชีตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ
นายด่านทีมชาติเช็ก ย้ายมาร่วมทีมอาร์เซนอลเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ทำลายสถิติในเดือนธันวาคม ในเกมที่ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ เอาชนะ เอฟซี บอร์นมัธ 2-0 ส่งผลให้ทำสถิติเก็บคลีนชีตได้ 176 เกมในพรีเมียร์ ลีก แซงหน้า เดวิด เจมส์ นายด่านจอมเหวอที่หยุดอยู่ที่ 169 นัดเรียบร้อย
"มีหลายวิธีที่คุณสามารถข่มขู่คู่ต่อสู้ในระหว่างการแข่งขัน" เขาบอกกับผู้เล่นอาร์เซนอล "หนึ่งในวิธีก็คือความก้าวร้าวของคุณ"
"ไม่มีใครชอบหากมีเวลาไม่นาน คุณกดดันพวกเขาตลอดเวลา และทำให้พวกเขาอยู่ภายใต้ความกดดัน แต่ผู้เล่นคนใดที่มีเวลาและไม่รู้สึกกดดัน เขาจะสามารถเล่นได้ดีขึ้นมาก"
"ถ้าคุณไม่ให้พวกเขามีเวลา และทำให้พวกเขาตกอยู่ภายใต้ความกดดันแล้วมันจะกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้น ผมพยายามหาวิธีที่จะไม่ให้คู่แข่งมีโอกาสรู้สึกสะดวกสบายในตอนนี้ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับผม และมันหมายความว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้ประตูด้วย"
"คุณต้องเชื่อในตัวเอง คุณต้องเชื่อสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ว่ามันเป็นวิธีที่เหมาะสม และคุณพร้อมที่จะอยู่ในเกมการแข่งขัน"
ที่มา : thairath.co.th
เลสเตอร์จ่อแชมป์! เพราะ 'สเปอร์' พลาดสะดุดเจ๊า 'เวสต์บรอมวิช' คาบ้าน 1-1

เครก ดอว์สัน ทำเอาสาวก "ไก่เดือยทอง" เซ็งเป็นแถบหลังโขกประตูแก้ตัวจากที่ทำเข้าประตูตัวเองให้กับ "เดอะ แบ็กกีส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบียน บุกมาเสมอกับ "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมรองฝูงได้ถึงถิ่น 1-1 พร้อมดับความหวังในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ ลีก ปีนี้ของเจ้าถิ่นอีกด้วย หลังมีคะแนนตามหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงเป็น 7 คะแนนกับเกมที่เหลืออีก 3 นัดเท่านั้น...
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 ประจำวันที่ 25 เม.ย. เป็นการแข่งขันในนัดมันเดย์ไนท์คู่สำคัญระหว่าง "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมรองจ่าฝูง เปิดสนาม ไวท์ฮาร์ทเลน ต้อนรับการมาเยือนของ "เดอะ แบ็กกีส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ทีมอันดับที่ 14 ของตาราง
เกมนี้เจ้าถิ่นต้องการ 3 แต้มเป็นอย่างมาก เพื่อลดช่องว่างของ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงให้เหลือ 5 แต้มตามเดิม โดย เมาริซิโอ โปเช็ตติโน นายใหญ่ของเจ้าถิ่นจัดขุมกำลังเต็มสูบ นำทัพโดย แฮร์รี เคน, เดเล อัลลี และ คริสเตียน อีริคเซน ตามเดิม ขณะที่ทีมเยือนไม่มีลุ้นอะไรแล้วยัดกลางมา 5 คน โดยมี ซาโลมอน รอนดอน เป็นหอกตัวเป้า
เปิดฉากเริ่มเกมเป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่ได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 4 จากจังหวะที่ คริสเตียน อีริคเซน ได้กดฟรีคิก บอลพุ่งถากเสาแรกออกแบบได้ลุ้น
3 นาทีต่อมา เจ้าถิ่นเกือบออกนำอีกหน เมื่อ แฮร์รี เคน ได้จิ้มในกรอบเขตโทษ นายทวารทีมเยือนพุ่งปัดด้วยปลายนิ้ว บอลโค้งไปชนเสาสองกระดอนออกมาอย่างจัง
เจ้าถิ่นเดินหน้าต่อ และได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 7 เมื่อได้ฟรีคิกเยื้องซ้าย คริสเตียน อีริคเซน ได้ปั่นด้วยขวาไปที่เสาสองบอลตกบนคานออกหลังไปแบบเสียวไส้
นาทีที่ 19 แฮร์รี เคน ได้กดเรียดหน้ากรอบเยื้องซ้าย บอลพุ่งเข้ากรอบอย่างน่ากลัว ดีที่นายทวารทีมเยือนทุบทิ้งออกหลังไปได้หวุดหวิด
เกมเข้าสู่ครึ่งชั่วโมงของการแข่งขัน ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นประตูจะแจ้งครั้งแรก เครก การ์ดเนอร์ ได้ยิงในกรอบเขตโทษ ทว่าบอลโด่งข้ามคานออกไปอย่างน่าผิดหวัง
หลังบุกกดดันอยู่นานเจ้าถิ่นมาได้ประตูออกนำ 1-0 ได้สำเร็จ ในนาทีที่ 32 จากจังหวะที่ คริสเตียน เอริกเซน โยนฟรีคิกจากกราบขวาเข้ามา บอลโดนตัว เครก ดอว์สัน เข้าประตูไป
ก่อนหมดเวลา 2 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นประตูครั้งที่สอง เคลาดิโอ ยาคอบ เก็บตกได้ก่อนยิงยัดด้วยขวาบอลแฉลบเบาเข้ามือนายด่านเจ้าถิ่น
หลังจากนั้นไม่มีทีมใดใส่สกอร์เพิ่มได้จบครึ่งแรก เจ้าถิ่นออกนำทีมเยือน 1-0 จากการทำเข้าประตูเองของ เครก ดอว์สัน
เข้าสู่ครึ่งหลังได้ 15 นาที เจ้าถิ่นเกือบนำห่าง 2-0 เมื่อ คริสเตียน อีริคเซน จ่ายให้ เอริค ลาเมลา ได้ยิงบอลพุ่งชนเสาสองกระดอนออกมาอย่างน่าเสียดายสุดๆ
ถัดมาอีก 5 นาทีทีมเยือนได้โอกาสลุ้นประตูตีเสมออีกครั้ง โฮเซ ซาโลมอน รอนดอน ได้โขกเน้นๆ บอลหลุดเสาแรกออกไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด
นาทีที่ 64 คริสเตียน อีริคเซน ได้ปั่นด้วยขวา บอลถากเสาด้านขวาออกหลังไปหวุดหวิด ชนิดที่ โบอัซ มายฮิลล์ ได้แต่ยืนลุ้นด้วยสายตา
คล้อยหลังอีก 4 นาที มูซา เดมเบเล เก็บตกจังหวะสอง ก่อนส่องไกลด้วยซ้าย บอลถากเสาขวามือออกหลังไปนิดเดียว
นาทีที่ 69 เจ้าถิ่นเก็บบอลได้ก่อนวางยาวสวนกลับเร็ว โบอัซ มายฮิวส์ วิ่งออกมาจากปากประตูโขกสกัดได้ก่อนที่บอลจะถึง คริสเตียน อีริคเซน
4 นาทีต่อมา โฮเซ ซาโลมอน รอนดอน ได้เก็บตกยิงจังหวะสอง นายด่านเจ้าถิ่นพุ่งออกหลังไปได้หวุดหวิด
ทีมเยือนมาตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จในนาทีที่ 73 จากลูกเตะมุม เครก การ์ดเนอร์ โยนเข้ามา และเป็น เครก ดอว์สัน ขึ้นโขกเต็มหัวตุงตาข่าย แก้ตัวได้สำเร็จหลังเป็นคนทำเข้าประตูตัวเองให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ
หลังจากโดนตีเสมอเจ้าถิ่นก็อยู่เฉยไม่ได้ ก่อนดาหน้าบุกเต็มสูบเพื่อหวังเบิกสกอร์ขึ้นนำ และมาได้ลุ้นในนาทีที่ 82 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกเยื้องซ้าย คริสเตียน อีริคเซน ปั่นด้วยขวาบอลพุ่งโด่งไปที่อัฒจรรย์ชั้น 3
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำอะไรกันเพิ่มได้ จบเกม ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 1-1 ทำให้เก็บได้เพียง 1 คะแนน มีเพิ่มเป็น 69 คะแนน จาก 35 นัด โอกาสลุ้นแชมป์เลือนรางทันที เมื่อตามหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมนำอยู่ถึง 7 คะแนน เหลือการแข่งขันอีกเพียง 3 นัด ส่วนทีมเยือนเก็บ 1 แต้มมีเพิ่มเป็น 41 คะแนนจาก 35 นัด ไม่มีลุ้นหรือต้องดิ้นรนหนีตกชั้น ได้แค่ลุ้นทำอันดับให้ดีที่สุดเท่านั้น
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมดังนี้
ทอตแนม ฮอตสเปอร์ : ฮูโก ญอริส, แยน แฟร์ทองเกน, แดนนี โรส, ไคล์ วอล์คเกอร์, โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, เอริก ไดเออร์, มุสซา เดมเบเล, เอริค ลาเมลา, คริสเตียน อีริคเซน, เดเล อัลลี, แฮร์รี เคน
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน : โบอัซ มายฮิลล์, โอลส์สัน, แกเร็ธ แม็คออลีย์, จอนนี อีแวนส์, เคร็ก ดอว์สัน, ยาคอบ, ดาเรน เฟลทเชอร์, สเตฟาน เซสเซญง, เคร็ก การ์ดเนอร์, สตีเฟน แม็คเคลน, ซาโลมอน รอนดอน
ที่มา : thairath.co.th
'เลสเตอร์ ซิตี้' เปิดบ้านถล่ม 'สวอนซี' 4-0 จ่อแชมป์ลีก!

เลโอนาร์โด อูยัว ทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ ไป 4-0 เก็บเพิ่มเป็น 76 คะแนน นำเป็นจ่าฝูงต่อไป ขยับเข้าใกล้การเป็นแชมป์ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ เข้าไปทุกทีแล้ว...
การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16 ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 เม.ย. เกมไฮไลต์อยู่ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดียม "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้
เปิดฉากครึ่งแรกมาเพียง 10 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ แอชลีย์ วิลเลียมส์ กองหลังสวอนซี เตะสกัดบอลพลาดไปโดน ริยาด มาห์เรซ พาบอลเข้าเขตโทษก่อนยิงเสียบเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย
จากนั้นนาทีที่ 30 เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ประตูหนีเป็น 2-0 จากจังหวะได้ลูกฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งซ้าย แดนนี ดริงค์วอเตอร์ เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ เลโอนาร์โด อูยัว โหม่งเข้าไปอย่างสวยงาม
จบครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ นำ สวอนซี ซิตี้ อยู่ 2-0
กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง ถึงนาทีที่ 60 เลสเตอร์ ซิตี้ นำห่าง 3-0 จากจังหวะที่ เจฟฟรีย์ ชลุปป์ พาบอลเข้าเขตโทษ ก่อนจ่ายบอลไปติด วิลเลียมส์ กลับมาเข้าทาง ชลุปป์ จ่ายเรียดไปที่เสาไกลให้ เลโอนาร์โด อูยัว ชาร์จจ่อๆ เข้าไป
ถึงนาที 85 เลสเตอร์ ซิตี้ หนีไปไกลเป็น 4-0 จากจังหวะที่ ดีมาไรส์ เกรย์ พาบอลเข้าเขตโทษด้านขวา ก่อนเปิดมาที่เสาสอง แอนดี คิง โหม่งเข้ากลางให้ เกรย์ ยิงติดบล็อก บอลมาเข้าทาง มาร์ค อัลไบรจ์ตัน ซัดเต็มข้อด้วยขวาเข้าไปอย่างเฉียบขาด
ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ ไป 4-0 เก็บเพิ่มเป็น 76 คะแนน นำเป็นจ่าฝูงต่อไป ขยับเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีกเต็มที
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
เลสเตอร์ ซิตี้: ชไมเคิล, ฮูธ, ฟุคส์, ซิมป์สัน, มอร์แกน, ดริงค์วอร์เตอร์, ก็องเต, โอกาซากิ, อูยัว, มาห์เรซ, ชลุปป์
สวอนซี ซิตี้: ฟาเบียนสกี, เทย์เลอร์, วิลเลียมส์, รังเคล, เฟอร์นานเดซ, เราท์เลดจ์, คอร์ก, เฟอร์, บริตตัน, ซิเกิร์ดสัน, อายิว
ที่มา : thairath.co.th
'อาร์เซนอล' บุกเจ๊า 'ซันเดอร์แลนด์' 0-0 รั้งที่ 4 ต่อไป!

"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทำได้เพียงบุกไปเสมอ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ 0-0 ส่งผลให้รั้งอันดับ 4 ของตารางต่อไป ส่วน ซันเดอร์แลนด์ ขยับพ้นโซนตกชั้น ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ....
การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16 ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 เม.ย. คู่ที่น่าสนใจ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 18 ของตาราง เปิดสนามสเตเดียม ออฟ ไลต์ รับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อันดับ 4 ของตาราง
เปิดฉากครึ่งแรกมา 3 นาที อาร์เซนอล ได้ทักทายก่อน จากจังหวะที่ อเล็กซ์ อิโวบี ลองยิงไกลด้วยขวา แต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกไป
จากนั้น นาทีที่ 13 เป็นโอกาสของซันเดอร์แลนด์ จากจังหวะที่ วาห์บี คาซรี พาบอลเลี้ยงจี้เข้าหากรอบเขตโทษ ก่อนซัดด้วยขวา แต่บอลหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น
ช่วงที่เหลือของครึ่งแรกยังเจาะเข้าไปทำประตูกันไม่ได้ ทำให้ยังเสมอกันอยู่ 0-0
กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 49 ซันเดอร์แลนด์น่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ จากจังหวะที่ ยาน เคิร์ชฮอฟ เปิดบอลจากแดนหลังเข้าเขตโทษด้านขวาให้ เจอร์เมน เดโฟ วอลเลย์ด้วยขวา แต่ ปีเตอร์ เช็ก นายด่านอาร์เซนอลปัดออกไปได้
จากนั้น นาทีที่ 52 ซันเดอร์แลนด์ ได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ วาห์บี คาสซรี พาบอลตัดจากฝั่งซ้ายเข้าใน ก่อนซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งเรียดจะเสียบเสาแรกอยู่แล้ว แต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังปัดออกไปได้อีกครั้ง
ถึงนาทีที่ 64 ซันเดอร์แลนด์ได้ลุ้นอีกแล้ว จากจังหวะที่ เจอร์เมน เดโฟ ได้หลุดไปกระดกบอลด้วยซ้ายในเขตโทษ แต่บอลย้อยหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย
เข้าสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 82 อาร์เซนอล เกือบได้ประตู จากจังหวะที่ แดนนี เวลเบค ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบ แต่บอลพุ่งตรงตัว วีโต มานโนเน นายด่านซันเดอร์แลนด์ และถัดมา 4 นาที อาร์เซนอล เกือบได้เฮจากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเชซ ได้ยิงด้วยขวาจากนอกเขตโทษ แต่ มานโนเน ก็ยังปัดออกไปได้
ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม อาร์เซนอล บุกมาเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม อาร์เซนอล เก็บเพิ่มเป็น 64 คะแนน เท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 แต่ประตูได้เสียเป็นรอง ทำให้ปืนใหญ่รั้งอันดับ 4 ต่อไป ส่วน ซันเดอร์แลนด์ เก็บเพิ่มเป็น 31 แต้ม ขยับพ้นโวนตกชั้นขึ้นไปอยู่ อันดับ 17 ของตาราง
รายชื่อ 11 ตัวจริง ของทั้ง 2 ทีม
ซันเดอร์แลนด์: วีโต มานโนเน,ดีอังเดร เยดลิน, ลามีน โกเน, ยูเนส กาบูล, พาทริค ฟาน แอนท์โฮลท์, ลี คัตเตอร์โมล , ยานน์ เอ็มวีลา, ยาน เคิร์ชฮอฟ, ฟาบิโอ บอรินี, วาห์บี คาซรี, เจอร์เมน เดโฟ
อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก, เฮคตอร์ เบเยริน, โลรองต์ กอสซิแอลนี, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, นาโช มอนเรอัล, อารอน แรมซีย์, โมฮัมเหม็ด เอลเนนี , เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, อเล็กซ์ อิโวบี,โอลิวิเยร์ ชิรูด์
ที่มา : thairath.co.th
'จิ้งจอก' จ้องขยํ้า 'หงส์ขาว' เดินหน้าล่าแชมป์พรีเมียร์ลีก!

ศึกพรีเมียร์ลีกซุปเปอร์ซันเดย์ คืนนี้ (24 เม.ย.) “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูง หวังจะคืนฟอร์มเก่งกลับมาคว้าชัยชนะอีกครั้ง หลังฟอร์มสะดุดในนัดที่แล้วที่เปิดรังเจ๊ากับเวสต์แฮม 2-2 แต่จะปราศจากเจมี วาร์ดี หัวหอกตัวเก่งที่ติดโทษแบน ในเกมที่จะเปิดสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม รับมือ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ ถ่ายทอดสดทางซีทีเอช สเตเดียม 2 เริ่ม 22.15 น.
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16 โปรแกรมซุปเปอร์ซันเดย์ คืนนี้ (อาทิตย์ 24 เม.ย.) มีเกมดวลแข้งรวม 2 คู่ โดยคู่เอกจะเป็นเกมระหว่าง “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง เปิดสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ อาคันตุกะจากแคว้นเวลส์ เริ่มแข่งเวลา 22.15 น. ถ่ายทอดสดให้ชมทางซีทีเอช สเตเดียม 2
“จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องการอีกอย่างน้อย 8 คะแนน จาก 4 เกมสุดท้ายที่เหลือก็จะผงาดซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มาครองแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทันที โดยไม่ต้องไปสนใจผลการแข่งขันของทีมคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม เกมนี้ “ทิงเกอร์แมน” เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือจอมเก๋าของเลสเตอร์ ต้องเจอปัญหาปวดหัว เมื่อจะปราศจากกองหน้าตัวสำคัญอย่างเจมี วาร์ดี ที่ติดโทษแบนอย่างน้อย 1 นัด หลังเจ้าตัวโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม โทษฐานพุ่งล้มในเขตโทษ ในเกมที่เลสเตอร์เปิดรังไล่เจ๊าเวสต์แฮม 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา
คาดว่ารานิเอรีจะส่งเลโอนาร์โด อูยัว ลงมาเป็นตัวจริงล่าตาข่ายแทนวาร์ดี อย่างไรก็ตาม ขุมกำลังที่เหลือยังคงเป็นชุดใหญ่ โดยมีแคสเปอร์ ชไมเคิล ลงเฝ้าเสา พร้อมด้วยโรเบิร์ต ฮูธ และเวส มอร์แกน เป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แดนกลางมีเอ็นโกโล ก็องเต, แดนนี ดริงก์วอเตอร์ และมาร์ก อัลไบรท์ตัน เป็น 3 ประสานช่วยกันทำเกมรุก ส่วนแดนหน้า นอกจากอูยัวแล้ว ก็ยังมีริยาด มาห์เรซ กับชินจิ โอกาซากิ ช่วยกันล่าตาข่าย
ขณะที่ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ อาคันตุกะจากแคว้นเวลส์ ปัจจุบันรั้งอันดับ 14 ของตาราง มี 30 คะแนน จาก 34 นัด แต่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย 100% เพราะอยู่ห่างจากโซนตกชั้น 9 แต้ม แต่เหลือเกมอีก 4 นัดสุดท้าย ดังนั้น “หงส์ขาว” สวอนซี ยังต้องการอีกอย่างน้อย 3 แต้ม ถึงจะปลอดภัย สำหรับเกมมาเยือนจ่าฝูงเลสเตอร์นัดนี้ ฟรานเชสโก กุยโดลิน กุนซือสวอนซีจะส่งกิลฟี ซิเกิร์ดสัน, เลอรอย เฟอร์ และอังเดร อายิว เป็น 3 ประสานในแนวรุก เพื่อล่าตาข่ายทีมจิ้งจอกสยาม สำหรับแนวโน้มความน่าจะเป็นของเกมนี้ เชื่อว่าการขาดวาร์ดีไป จะส่งผลกระทบต่อเลสเตอร์อย่างแน่นอน ดังนั้นคาดว่าสวอนซีน่าจะบุกมายันเจ๊าจ่าฝูงทีมจิ้งจอกสยามถึงถิ่นได้
ทางด้าน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ที่ยังเหลือโอกาสเพียงน้อยนิดสำหรับการคว้าแชมป์ จะยกพลบุกมาเยือน “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 3 จากท้ายตาราง (อันดับ 18) ซึ่งยังต้องดิ้นรนหนีตกชั้น ที่สนามสเตเดียม ออฟ ไลท์ (เริ่มเตะ 20.05 น. ถ่ายทอดสดทางซีทีเอช สเตเดียม 3) เกมนี้ “ปืนใหญ่” ต้องการคว้าชัยชนะเพื่อยึดอันดับ 3 เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยจะส่งอเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าทีมชาติชิลี ที่ฟอร์มกำลังฮอต ลงล่าตาข่ายพร้อม ด้วยเมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ขณะที่เจ้าบ้านซันเดอร์แลนด์ ของกุนซือแซม อัลลาร์ไดซ์ จะวางฟาบิโอ บอรินี และคาซรี ทำเกมรุก คอยเปิดบอลให้เจอร์เมน เดโฟ กองหน้าตัวเก๋า ทำประตู
ที่มา : thairath.co.th
'หงส์แดง' แผ่ว! นำก่อนสองเม็ด โดน 'สาลิกา' ฮึดไล่เจ๊า 2-2

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2 ทั้งๆที่นำก่อน 2-0 จาก ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และ ลัลลานา แต่มาโดนทีเด็ดของปาปิส เดมบา ซิสเซ กับ แจค โคลแบค ซัดตีเสมอให้กับทีมเยือนก่อนจะแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน...
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 คู่โทนประจำวันที่ 21 เม.ย. เป็นการแข่งขันในคู่ระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 7 ของตาราง ที่ต้องการสามคะแนนเพื่อหวังซิวโควต้า ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกเปิดสนามเแอนฟิลด์ พบกับ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 19 ของตารางที่ต้องการอย่างสามแต้มเช่นกัน เพื่อดิ้นรนหนีตกชั้นในซีซั่นนี้
เปิดฉากเริ่มเกม เป็นฝั่งเจ้าถิ่นได้บุกเข้าใส่ก่อนและมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็วในนาทีที่ 2 จากจังหวะที่ อัลเบร์โต โมเรโน เปิดโด่งจากกลางสนามเข้าไปในกรอบเขตโทษ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ พักบอลได้ก่อนตวัดยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้าเสาสองไปอย่างสวยงามเจ้าถิ่นรูปเกมดีกว่า
ก่อนมาได้ประตูหนี 2-0 ในช่วงครึ่งชั่วโมงของการแข่งขัน โรแบร์โต เฟอร์มิโน ไหลบอลออกซ้ายให้ โมเรโน ปาดเข้าในให้ อดัม ลัลลานาจับหนึ่งจังหวะก่อน ซัดเต็มข้อด้วยซ้าย บอลพุ่งเช็ดคานเข้าประตูไปอย่างสุดสวย
หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูกันเพิ่มได้ จบครึ่งแรก เจ้าถิ่นออกนำทีมเยือน 2-0 จาก ดาเนียล สเตอร์ริจ นาทีที่ 2 และ อัลบาร์โต โมเรโน นาทีที่ 30
เข้าสู่ครึ่งหลังมาได้เพียง 4 นาที เป็นฝั่งทีมเยือนที่ไล่มาเป็น 1-2 อย่างรวดเร็ว เวอร์นอน อนิตา เปิดโด่งไปที่เสาสอง ซิมง มิโญเลต์ ออกมาไม่ถึงบอล ปาปิส เดมบา ซิสเซได้โขกสวนบอลเบียดเสาแรกเข้าประตูไปง่ายๆ
หลังจากทีมเยือนได้ประตูตีไข่แตกก็เริ่มได้่ใจก่อนได้ประตูตีเสมอ 2-2 สมใจนึกในนาทีที่ 66 จากจังหวะโต้กลับ อันดรอส ทาวเซนต์ เปิดเข้ามาเดยัน ลอฟเลน โหม่งทิ้งแต่บอลมาเข้าทาง แจค คอลแบค หวดสวนตูมเดียวบอลแฉลบ ลอฟเลน เข้าประตูไป
เมื่อเจ้าถิ่นโดนตีเสมอจึงอยู่เฉยไม่ได้เดินเกมรุกเข้าใส่ทีมเยือนเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถยิงขึ้นนำอีกครั้งได้ จบเกม ลิเวอร์พูลทำได้แค่เสมอกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ดไปอย่างสุดมัน 2-2 เก็บได้เพียง 1 คะแนน มีเพิ่มเป็น 55 คะแนน แทบหมดลุ้นแย่งโควต้ายูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าแน่นอนแล้วส่วนทีมเยือนเก็บหนึ่งแต้มสำคัญมีเพิ่มเป็น 30 คะแนน จาก 35 นัดยังมีโอกาสรอดตกชั้นโดย มีคะแนนตามหลังนอริช ซิตี้ ทีมที่อยู่ในโซนปลอดภัยเหลือเพียง 1 คะแนนเท่านั้น
ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นมีดังนี้
แมนฯซิตี้ 4-0 สโต๊ค ซิตี้
บอร์นมัธ 1-4 เชลซี
แอสตัน วิลลา 2-4 เซาแธมป์ตัน
ที่มา : thairath.co.th
'เรือใบ' จัดเต็ม เปิดรังตีหม้อ! ศึกพรีเมียร์ลีก คืนนี้!

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 เตรียมจัดเควิน เดอบรุน กับเซร์คิโอ อเกวโร เป็นมือปืนลงโป้งปิดบัญชี ในการเปิดรังเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี้ ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แรก คืนนี้ (เสาร์ 23 เม.ย.) โดยซีทีเอช สเตเดียม 5 จะถ่ายทอดสดให้ชม เริ่มเวลา 18.45 น.
การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16 คืนนี้ (เสาร์ 23 เม.ย.) มีเกมดวลแข้งรวม 4 คู่ โดยคู่แรก “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ ทีมอันดับ 3 เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี้ เริ่มแข่งเวลา 18.45 น. ถ่ายทอดสดให้ชมทางซีทีเอช สเตเดียม 5
เกมนี้ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ ยังหวังเก็บสามคะแนนเต็ม เพื่อยึดอันดับ 3 ของตารางอย่างเหนียวแน่นต่อไป โดยจะจัดทัพใหญ่ลงบู๊ มี เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียม เป็นตัวปั้นเกมรุกร่วมกับ ยายา ตูเร และ เฆซุส นาบาส คอยป้อนบอลให้ เซร์คิโอ อเกวโร กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ทำประตู ส่วนทีมเยือนสโต๊กของกุนซือมาร์ก ฮิวจ์ส จะส่ง โบยาน เกอร์กิช, เซอร์ดาน ชากิรี และมาร์โก อาร์เนาโตวิช เป็นสามประสานในแนวรุก อย่างไรก็ตาม เทียบฟอร์มกันแล้ว แมนฯซิตี้ฟอร์มกำลังลงล็อก น่าจะเปิดบ้านเอาชนะสโต๊กไปได้แบบไม่ยาก
ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะเปิดรังแอนฟิลด์รับมือ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ทีมรองบ๊วยที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น (เริ่มเตะ 21.00 น. ยิงสดทางสเตเดียม 2) เกมนี้ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือหงส์แดง จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ดิว็อก โอริกี ศูนย์หน้าทีมชาติเบลเยียม ที่บาดเจ็บข้อเท้าจากเกมชนะเอฟเวอร์ตัน 4-0 ทำให้ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ จะได้ลงล่าตาข่ายแทน แต่แนวรุกยังมีเจมส์ มิลเนอร์, ลัลลานา และคูตินโญ ร่วมกันปั้นเกม ขณะที่นิวคาสเซิลจะส่ง อโยเซ เปเรซ กับ ปาปิสส์ ซิสเซ เป็นคู่กองหน้า
ส่วน “สิงห์บลู” เชลซี แชมป์เก่า จะบุกไปเยือน บอร์นมัธ ทีมน้องใหม่ เริ่มเตะ 21.00 น. ยิงสดทางสเตเดียม 4 และอีกคู่ แอสตัน วิลลา ทีมบ๊วยที่ตกชั้นไปแล้ว จะเปิดบ้านดวลกับ เซาแธมป์ตัน ถ่ายสดทางสเตเดียม 3 เริ่ม 21.00 น.
ที่มา : thairath.co.th
'อเล็กซิส' เบิ้ล! 'ปืนใหญ่' เปิดบ้านรัว 'แบ็กกีส์' 2-0 ขึ้นรั้งที่ 3

อเล็กซิส ซานเชซ กดสองประตู พา "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดบ้านไล่ถล่ม "เดอะแบ็กกีส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 2-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ พร้อมขยับแซง แมนฯซิตี้ ขึ้นไปทวงอันดับ 3 ของตารางได้สำเร็จ...
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 คู่โทนประจำวันที่ 21 เม.ย. เป็นการแข่งขันในคู่ระหว่าง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 ของตาราง ที่ต้องการสามคะแนนอย่างยิ่ง เพื่อแซงเรือใบสีฟ้าขึ้นไปอยู่ที่ 3 อีกครั้ง เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม พบกับ "เดอะแบ็กกีส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ทีมอันดับ 14 ของตารางที่ต้องการอย่างน้อยหนึ่งแต้ม เพื่อรอดตกชั้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม
เปิดฉากเริ่มเกมได้แค่ 5 นาที เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายได้ประตูออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ อาร์รอน แรมซีย์ จ่ายขึ้นหน้าให้ อเล็กซิส คล้องบอลหลบซานโดร การสับไกด้วยขวาบอลเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างสวยงาม
นาทีที่ 23 ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นประตู อเล็กซิส ตอกส้นให้ เอคตอร์ เบเญริน กระชากขึ้นไป ก่อนได้กดเสาแรกบอลเหินข้ามคานออกหลังไป
ทีมเยือนเริ่มมีจังหวะสวนกลับบ้าง แต่ยังไม่มีจังหวะจะแจ้ง แต่แล้วต่อมา ทีมเยือนพลาดได้ลูกจุดโทษ เมื่อ อเล็กซิส เอาบอลในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะจับบอลกระเด้งขึ้นไปโดนมือ
นาทีที่ 28 ทีมเยือนพลาดโอกาสตีเสมอเป็น 1-1 เจมส์ แมคคลีน เปิดบอลเข้ากลางให้ แกเร็ธ แมคออลีย์ ได้เทคตัวโหม่งสะบัดไปที่เสาสอง บอลพุ่งชนคานกระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย
เกมล่วงเลยมาถึงนาทีที่ 33 ทีมเยือนมีโอกาสออกนำ 2-0 เบเญริน เปิดหักเข้ามาบอลกระดอนมาถึงโอซิลได้ยิงสวนตูมเดียวด้วยซ้าย เบน ฟอสเตอร์ นายทวารทีมเยือนทำหมูหกรับบอลพลาด บอลปลิ้นลอดหว่างขานายด่านรายนี้ เดือดร้อนกองหลังต้องช่วยกันเคลียร์ออกมาจากเส้นได้ทันเวลา
แต่แล้วเจ้าถิ่นมาได้ประตูนำห่าง 2-0 สมใจในนาทีที่ 37 จากจังหวะที่อาร์เซนอลได้ฟรีคิกระยะหวังผล อเล็กซิส ยิงทะลุกำแพง บอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม และเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้
จบเกมครึ่งแรกไม่มีทีมใดใส่สกอร์เพิ่มได้ เจ้าบ้านเป็นฝ่ายออกนำทีมเยือนไปก่อน 2-0 จากอเล็กซิส ซานเชซ ในนาทีที่ 28 และ 33
เริ่มครึ่งหลัง ทั้งสองทีมผลัดกันรุกผลัดกันรับ จนถึงนาทีที่ 52 ทีมเยือนมีลุ้นตีไข่แตก จากจังหวะที่ เคร็ก ดอว์สัน ตะลุยถึงเส้นหลังก่อนตบไปที่เสาไกลให้ เจมส์ แมคคลีน ลอยตัวโหม่ง ทว่า ปีเตอร์ เช็ก ที่ยืนอยู่ไม่ห่างรับคว้าบอลไว้ได้
กระทั่งนาทีที่ 73 ทีมเยือนมีโอกาสตีไข่แตกสุดๆ เมื่อ แม็คออเลย์ ได้แหย่ระยะ 3 หลาแต่บอลดันผิดเหลี่ยมกลายเป็นช่วยเจ้าถิ่นสกัดจากเส้นประตูไปซะอย่างนั้น
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีทีมใดทำอะไรกันได้เพิ่ม จบเกม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดบ้านเอาชนะ "เดอะแบ็กกีส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ไป 2-0 เก็บสามแต้มสำคัญ มีเพิ่มเป็น 63 คะแนน แซงจาก 34 นัด แซง แมนฯซิตี้ ขึ้นไปอยู่อันดับที่ 3 เพิ่มโอกาสคว้าสิทธิ์ไปลุย ศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แบบอัตโนมัติ ในฤดูกาลหน้า ส่วน เวสต์บรอมวิช อัลเบียน มี 34 แต้มเท่าเดิม จาก 34 นัด รั้งอันดับ 14 ของตาราง พร้อมกับหมดหวังในการลุ้นคว้าสิทธิ์ไปลุย ยูโรปา ลีก และต้องการอย่างน้อยหนึ่งแต้ม เพื่อการันตีโอกาสอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกต่อไปในซีซั่นหน้า.
ที่มา : thairath.co.th
ดาร์เมียน เปิดซิง! 'ผีแดง' ตบ 'พาเลซ' 2-0 จี้ท็อปโฟร์แค่ 1 แต้ม!

มัตเตโอ ดาร์เมียน ซัดประตูสุดสวยและเป็นประตูแรกในสีเสื้อ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พาต้นสังกัดเปิดบ้านเอาชนะ "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ ไปแบบสบายๆ 2-0 เก็บ 3 แต้มสำคัญไล่จี้ท็อปโฟร์เหลือแต้มเดียวแล้ว...
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 ประจำวันที่ 20 เม.ย. เป็นการแข่งขันในคู่ระหว่าง "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ของตาราง เปิดสนาม โอลด์แทรฟเฟิร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ ทีมอันดับ 16 ของตาราง
เกมนี้เจ้าถิ่นต้องการ 3 แต้มเพื่อลดช่องว่างท็อปโฟร์ให้ได้ โดย หลุยส์ ฟานกัล นายใหญ่ของทีมเปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากนัดล่าสุดเล็กน้อย โดย มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมาประจำการหน้าเป้าผนึกกำลังร่วมกับ อองโธนีย์ มาร์เชียล และ เจสซี ลินการ์ด อีกครั้ง ขณะที่ เวย์น รูนีย์ หอกกัปตันทีม ถูกร่นมายืนตำแหน่งมิดฟิลด์แดนกลางแทน ส่วนทีมเยือนแนวรุกยังใช้งาน วิลเฟรด ซาฮา อดีตเด็กเก่าของเจ้าถิ่นลงลากเลื้อยร่วมกับ บาการี ซาโก โดยมี เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ยืนเป็นหอกตัวเป้าคนเดียว
เริ่มเกมมาไม่ทันไร 4 นาทีเท่านั้นเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะเติมเกมรุกขึ้นมาของ มัตเตโอ ดาร์เมียน ถึงเส้นหลังก่อนจะหักเข้ากลาง เดเมียน เดอลานีย์ ไม่ทันระวังสกัดผิดเหลี่ยมส่งบอลเข้าประตูตัวเอง
อีก 4 นาทีต่อมา ผีแดง เกือบได้ลูกที่สอง แรชฟอร์ด รับบอลจาก มาร์เชียล ก่อนจะไหลให้ ฮวน มาตา ตะบันด้วยซ้ายเดือดร้อนถึง สเปโรนี ต้องเซฟออกไป
ปิศาจแดง บุกต่อเนื่องนาทีที่ 23 อองโธนีย์ มาร์เชียล เกือบใส่สกอร์ที่สองให้เจ้าถิ่น หลังได้จังหวะยิงแต่ สเปโรนี บินปัดออกหลังไปอีกครั้ง
วันนี้เกมรุกของเจ้าถิ่นไหลลื่นดีจริงและพลาดโอกาสทองได้ลูกที่สอง ในนาทีที่ 39 แรชฟอร์ด ได้ยิงเสาแรก สเปโรนี ต้องปัดออกหลัง และจากจังหวะเตะมุม มาตา โยนมาให้กับ ลินการ์ด ยิงเน้นๆ แต่บอลก็ไปเข้าซองของ สเปโรนี อีกแล้ว
จบครึ่งแรกปิศาจแดง ยังไม่ได้ลูกที่สอง สกอร์ยังคงเดิมเจ้าถิ่นออกนำอยู่ 1-0
มาถึงครึ่งหลังนาทีที่ 55 ความพยายามของเจ้าถิ่นก็เป็นผล ได้ประตูหนีห่าง 2-0 จนได้จากลูกเตะมุม เดอลานีย์ เจ้าเก่า โขกเคลียร์ไม่ขาดบอลมาเข้าทาง มัตเตโอ ดาร์เมียน พักอกหนึ่งจังหวะก่อนวอลเลย์ด้วยซ้าย บอลทะยานฟ้าชนเสาในเข้าไปอย่างสวยสดงดงาม และเป็นประตูแรกในสีเสื้อปิศาจแดงของดาวเตะชาวอิตาเลียนรายนี้ด้วย
นาทีที่ 62 ปิศาจแดง ไม่ได้ลูกสามเหลือเชื่อ ลินการ์ด หลุดไปยิงเหน่งๆ บอลติดขา สเปโรนี แต่บอลมาเข้าทาง แรชฟอร์ด ยิงอีกหน แต่ สเปโรนี ก็ยังไวปัดออกไปได้หวุดหวิด
หลังจากนั้น ปิศาจแดง เริ่มครองบอลมากขึ้น โอกาสเข้าทำน้อยลงก่อนจะรักษาความได้เปรียบ กระทั่งจบเกมการแข่งขันส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไปแบบไม่ยากเย็น 2-0 เก็บ 3 แต้มไล่จี้ท็อปโฟร์เหลือ 1 แต้มแล้ว
ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นมีดังนี้
ลิเวอร์พูล ชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ชนะ วัตฟอร์ด 3-1
ที่มา : thairath.co.th
'นิวคาสเซิล' มีแรงฮึด เจ๊า 'แมนฯซิตี้' 1-1 ได้ลุ้นหนีตายต่อ!

เซร์คิโอ อเกวโร ซัดประตูที่ 100 ให้กับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะพาทีมเอาชนะ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมหนีตายได้ ก่อนจะเสมอกันไป 1-1 กอดคอแบ่งไปทีมละแต้ม...
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 เป็นการแข่งขันในคู่ระหว่าง "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 19 ของตาราง เปิดสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค พบกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 ของตาราง
เกมนี้เจ้าถิ่นต้องการแต้มเป็นอย่างมากเพื่อลุ้นหนีตกชั้น โดย ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือของทีมจัดชุดที่ดีที่สุดลงสนามโดย 3 ผสานแนวรุกมี อันดรอส ทาวน์เซน,อโยเซ เปเรซ และ ปาปิส ซิสเซ เป็นตัวทีเด็ด ส่วนทีมเยือนต้องการ 3 แต้มเพื่อยึดโควต้าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า ส่ง เซร์คิโอ อเกวโร ลงล่าตาข่ายโดยมี เควิน เดอบรุน และ ยายา ตูเรคอยปั้นเกม
เริ่มเกมขึ้นมาเป็นทีมเยือนทำได้วูบวาบกว่าและแค่ 14 นาที เรือใบสีฟ้า ก็มาได้ประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะฟรีคิกของ โคลารอฟ เปิดมาให้กับ เซร์คิโอ อเกวโร ขวิดเข้าไป แม้ภาพช้าจะเป็นลูกล้ำหน้าแต่ไลน์แมนไม่ยกธงทำให้เรือใบสีฟ้า ขึ้นนำแบบโชคช่วยเล็กน้อย 1-0 อีกทั้งประตูนี้ของ อเกวโร ทำให้เขายิงประตูในสีเสื้อเรือใบสีฟ้าเป็นลูกที่ 100 แล้ว
เจ้าถิ่นพยายามเปิดเกมรุกสู้จนกระทั่งนาทีที่ 31 นิวคาสเซิล ก็มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากลูกโต้กลับ ซิสโซโก โยนข้ามฝั่งให้กับ อนิตา จัดการปั่นโค้งบอลเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม
หลังจากนั้นจังหวะยิงประตูของทั้งสองทีมไม่เกิดขึ้น จบครึ่งแรก นิวคาสเซิล เจ้าถิ่น เสมอกับ แมนฯซิตี้ อยู่ 1-1
มาถึงครึ่งหลังนาทีที่ 54 เรือใบสีฟ้า พลาดโอกาสทองขึ้นนำ จากลูกฟรีคิกเร็ว ยายา จ่ายให้ นาบาส สอดมาสับไกด้วยขวา แต่ ดาร์โลว์ นายด่านเจ้าถิ่นเซฟไว้ได้
ทีมเยือนบุกหนักและเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ในนาทีที่ 63 นาบาส เลี้ยงจี้มาก่อนตบเข้ากลางให้กับ อเกวโร กุน ตะบันด้วยขวาแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ ดาร์โลว์ เหมือนเดิม
นาทีที่ 74 ถือเป็นโอกาสทองของเรือใบอีกครั้ง จากลูกโต้กลับเร็ว อเกวโร ไหลให้กับ เดอบรุน ซัดด้วยขวาเกือบ 25 หลาแต่ ดาร์โลว์ ทีี่วันนี้เหนียวเหลือเกินเซฟไว้ได้
เกมดำเนินมาถึง 2 นาทีสุดท้ายกลายเป็นเจ้าถิ่นเกือบได้ประตูช็อกๆ จากจัหวะที่ ไวจ์นอลดุม หลุดเดี่ยวแตะหลบโคลารอฟก่อนซัดเต็มข้อ โชคดีที่ โจ ฮาร์ท ใช้มือปัดออกไปหวุดหวิด
จบเกมการแข่งขันทั้งสองทีมไม่มีสกอร์เพิ่ม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้มทำให้ สาลิกาดง รั้งรองบ๊วยตามเดิมโดยมีแต้มตามหลัง นอริช ซิตี้ โซนปลอดภัย 2 แต้ม ส่วนเรือใบสีฟ้า ก็ยังรั้งอันดับ 3 ต่อไปแต่มีโอกาสร่วงไปเป็นที่ 4 ในวันพรุ่งนี้หาก "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ได้
ที่มา : thairath.co.th
'โปเชตติโน' เสนอบอร์ด สเปอร์ สร้างรูปปั้นให้นักเตะหากซิวแชมป์ลีก!!

กุนซือของทีมไก่เดือยทอง ออกปล่อยมุกเด็ดเรียกรอยยิ้มว่า เหล่านักเตะทุกคนสมควรได้รูปปั้นเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติของตัวเอง หากสามารถปาดหน้า "จิ้งจอกสยาม" ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในปีนี้...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 18 เม.ย.ว่า เมาริซิโอ โปเชตติโน ผู้จัดการทีมทอตแนม ฮอตสเปอร์ ออกมาเผยว่า ลูกทีมของตัวเองสมควรมีรูปปั้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับตัวเองบริเวณหน้าสนาม หากสามารถแซงหน้าคู่แข่งเข้าป้ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลนี้
ทีมไก่เดือยทอง ยังคงอยู่ในเส้นทางของการไล่ล่าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี โดยมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 8 แต้มในขณะนี้ แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด และมีสิทธิ์ขยับช่องว่างเข้าไปเหลือเพียงแค่ 5 แต้ม หากเอาชนะ สโต๊ก ซิตี้ ได้ในเกมคืนวันจันทร์นี้
อย่างไรก็ตาม กุนซือเลือดฟ้าขาวของทีมคลับไก่ ได้ออกมาหยอดมุกเรียกยิ้มอ่อนจากสื่อมวลชน เพื่อเป็นการลดความตึงเครียดในช่วงนี้ว่า ลูกทีมทุกคนสมควรได้รับรูปปั้นเชิดชูเกียรติ หากสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลนี้
"ถ้าเราชนะเลิศในปีนี้ ผมคิดว่าผู้เล่นทุกคนควรมีรูปปั้นเชิดชูเกียรติของตัวเองหน้าสนามนะ"
"ผมติดว่าตอนนี้เป็นหนึ่งในความท้าทายครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะมีช่วงว่างระหว่างเรากับคู่แข่งอยู่ถึง 8 แต้ม แต่เราก็ยังคงพยายามต่อสู้ต่อไป เพื่อเป้าหมายเดียวเท่านั้น คือการคว้าแชมป์ในตอนท้าย ถึงแม้เราจะรู้ว่าทุกคนต้องการเชียร์ให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ แต่ผู้เล่นทุกคนยังคงมีความเชื่อจะเปลี่ยนแปลงเส้นทางของทุกอย่างในท้ายที่สุดได้ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรแห่งนี้"
สำหรับ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ มีคิวลงเตะนัดต่อไป ด้วยการบุกออกไปเยือนรัง บริทานเนีย สเตเดียม ของทีม "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ก ซิตี้ ในคีนวันจันทร์นี้.
ที่มา : thairath.co.th
'กุน' แฮตทริก! 'เรือใบ' บุกยำใหญ่ 'สิงห์บลู' เละคาถิ่น 3-0

เซร์คิโอ กุน อเกวโร ระเบิดฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ตะบันแฮตทริก พาทีม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปถล่ม "สิงห์บลู" เชลซี คาบ้านขาดลอยถึง 3-0 คว้าสามคะแนนสำคัญ รักษาความหวังในการลุยศึกยูซีแอลซีซั่นหน้าต่อไป...
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 ประจำวันที่ 16 เม.ย. เป็นการแข่งขันในคู่ระหว่าง "สิงห์บลู" เชลซี ทีมอันดับ 10 ของตาราง เปิดสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 4 ของตาราง
เปิดฉากขึ้นมาแค่นาทีที่ 6 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูออกนำ ดิเอโก คอสตา ซัดติดเซฟ โจ ฮาร์ท บอลมาเข้าทาง เปโดร ซ้ำดาบสองผ่านนายด่านทีมชาติอังกฤษไปแล้ว แต่ดีที่ โอตาเมนดี ยืนอยู่บนเส้นประตูหวดเคลียร์ออกไปได้ทัน
3 นาทีให้หลัง เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องแล้วได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ คอสตา หลุดไปยิงบอลเข้าประตูแล้ว แต่จังหวะนี้โดนไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปเสียก่อน
เกมเริ่มเข้มข้น นาทีที่ 19 ลอฟตัน ชีค ได้หลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งไปที่เสาสอง ถูก ฮาร์ท บินปัดออกหลังได้ทัน
ทีมเยือนพลาดโอกาสทอง ในนาทีที่ 23 จากจังหวะที่ยายา ตูเร จ่ายให้ เดอบรุน หลุดเข้าไปยิง บอลติดเซฟ กูร์กตัวส์
4 นาทีต่อมาทีมเยือนพลาดโอกาสทองฝังเพชรอีกครั้ง เมื่อ นาสรี ได้หลุดเข้าไปยิง บอลไปติดเซฟ กูร์กตัวส์ อีกครั้ง
จนกระทั่งนาทีที่ 33 หลังบุกกดดันอยู่นาน ความพยายามของทีมเยือนก็เป็นผลสำเร็จ จากจังหวะโต้กลับ เควิน เดอบรุน ทำชิ่งกับ เซร์คิโอ อเกวโร ก่อนที่ เดอบรุน จะปาดต่อให้ อเกวโร ยิงเสียบเสาเข้าไป ให้ทีมเรือใบสีฟ้า บุกมานำแชมป์เก่าอยู่ 1-0
หลังจากนั้นเจ้าถิ่นพยายามบุกเพื่อทวงประตูคืน แต่จบครึ่งแรกยังไม่มีทีมใดทำสกอร์เพิ่ม แมนฯ ซิตี้ บุกมานำ เชลซี อยู่ 1-0
เข้าสู่เกมครึ่งหลังได้ 3 นาที เจ้าบ้านมีโอกาสลุ้นปะตูตีเสมอ ลอฟตัส ชีค ได้ยิงโล่งๆ ในกรอบ 6 หลา แต่โดนบอลผิดเหลี่ยมกลายเป็นเตะสกัดออกไปแทน
นาทีที่ 54 เจ้าบ้านบุกอยู่เพลินๆ กลับมาโดนลงโทษในจังหวะโต้กลับอีกครั้ง เมื่อ นาสรี พาบอลขึ้นไป ก่อนจ่ายให้ กุน อเกวโร หลุดยิงโล่งๆ เข้าไปให้ทีมเยือนหนีห่างเจ้าบ้านเป็น 2-0
สถานการณ์ของเจ้าถิ่นย่ำแย่สุดๆ ในนาทีที่ 78 เมื่อ กูร์กตัวส์ นายทวารเจ้าถิ่นทำเสียจุดโทษ และถูกโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม กุน อเกวโร สังหารจุดโทษเข้าไปอย่างเลือดเย็นให้ทีมเยือนนำห่าง 3-0 และเป็นแฮตทริกในเกมนี้ของดาวยิงฟ้าขาว
ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าถิ่นเริ่มถอดใจ และไม่มีทีมใดใส่สกอร์กันได้เพิ่ม จบเกม เป็นแมนฯ ซิตี้ บุกมายำใหญ่ เชลซี ถึงถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 3-0 เก็บแต้มเพิ่มเป็น 60 คะแนนจาก 33 นัด โอกาสคว้าที่ 4 ไปลุยยูซีแอลในซีซั่นหน้าเริ่มสดใส เมื่อมีแต้มนำหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 อยู่ 4 คะแนน และเหลือการแข่งขันอีกเพียง 5 นัดเท่านั้น ส่วนเชลซี รั้งอันดับ 10 ของตารางตามเดิม แทบจะหมดสิทธิ์ไปเล่นบอลยุโรปแล้ว
รายชื่อตัวจริงของทั้งสองทีม
เชลซี : ธิโบต์ กูร์กตัวส์ (GK), เซซาร์ อัซปิลิกวยตา, แกรี เคฮิลล์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, บาห์บา ราห์มัน,จอห์น โอบิ มิเกล, เชส ฟาเบรกาส, วิลเลียน, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, เปโดร โรดริเกซ, ดิเอโก คอสตา
แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท (GK), อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, สตีฟ ม็องกาลา, นิโคลัส โอตาเมนดี, ปาโบล ซาบาเลตา, ยายา ตูเร, แฟร์นันดินโญ, เควิน เดอบรุน, ซาเมียร์ นาสรี, เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ อเกวโร
ที่มา : thairath.co.th
'แรชฟอร์ด' ซัดโทน พา'ผีแดง' เฉือน 'วิลลา' 1-0

มาร์คัส แรชฟอร์ด ซัดประตูโทนตั้งแต่ครึ่งแรกพา "ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉือนเอาชนะ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลลา หืดจับ 1-0 เก็บ 3 แต้มตามหลังท็อปโฟร์เหลือแต้มเดียวชั่วคราว ขณะที่วิลลา ตกชั้นเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี...
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 ประจำวันที่ 16 เม.ย. เป็นการแข่งขันในคู่ระหว่าง "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ของตารางเปิดสนาม โอล์ดแทรฟเฟิร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลลา ทีมบ๊วย
เจ้าถิ่นต้องการ 3 แต้มเพื่อคว้าตั๋วยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกให้ได้ โดยวันนี้ได้รับข่าวดีเมื่อ เวย์น รูนีย์ หอกกัปตันทีมกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังได้รับบาดเจ็บยาวโดยจับคู่กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในตำแหน่งแดนหน้า ส่วนทีมเยือนแทบจะตกชั้นแล้วลงเล่นให้ครบตามโปรแกรมเท่านั้นส่ง จอร์แดน อายิว ล่าตาข่ายเหมือนเดิม
เปิดฉากเกมขึ้นมาเป็นเจ้าถิ่นทำได้ดีกว่าและนาทีที่ 9 เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ เมมฟิส เดปาย ที่ได้รับโอกาสลงตัวจริงเปิดโค้งไปเสาสอง มาร์กอส โรโฮ เติมมาโขกบอลหลุดกรอบออกไป
เกมเป็นไปอย่างเอื่อยเฉื่อยตามสไตล์ปรัชญาจนกระทั่งเกมดำเนินไปถึงนาทีที่ 32 เป็น ปิศาจแดง มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ เวย์น รูนีย์ โยนข้ามไปให้กับ วาเลนเซีย เปิดเรียดให้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงแฉลบกองหลังของวิลลาเข้าประตูไป
หลังจากนั้นทั้งสองทีมยังทำประตูกันไม่ได้ จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ แอสตัน วิลลา อยู่ 1-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง ปิศาจแดง ลุยต่อและเพียง 4 นาทีเกือบได้ประตูที่สอง ฆวน มาตา ถวายพานให้กับ แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวแต่ดันยิงแป้กออกหลังไป
มาถึงนาทีที่ 63 เป็นโอกาสของเจ้าบ้านอีกรอบจากลูกสูตรเตะมุม ดาลีย์ บลินด์ เปิดเข้ากลางให้ มาตา ยิงแถวสองบอลติดเซฟ กูซาน หวุดหวิด
พอไมได้ลูกที่สองเจ้าบ้านเกือบช็อกนาทีที่ 83 วิลลาได้โอกาสทองตีเสมอ รูดี กาสเตท ตัวสำรองได้วอลเลย์เต็มๆบอลไปชนเสากระเด้งออกมา เวสต์วูด เปิดให้กับ คลาร์ก โขกเต็มๆแต่ ดาบิด เดเคอา เจ้าเก่าเจ้าเดิมเซฟไว้ได้
เวลาที่เหลือเจ้าถิ่นรักษาสกอร์นำจนครบ 90 นาที ทำให้จบเกมการแข่งขัน "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลลา หืดจับ 1-0 แต่ก็เพียงพอต่อการเก็บ 3 แต้มไล่หลังพื้นที่ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเหลือเพียงแต้มเดียว ส่วน แอสตัน วิลลา ตกชั้นไปเล่นในเดอะแชมเปี้ยนชิพอย่างเป็นทางการในรอบ 28 ปี
ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นมีดังนี้
เอฟเวอร์ตัน เสมอ เซาแธมป์ตัน 1-1
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ชนะ แอสตัน วิลลา 3-0
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน แพ้ วัตฟอร์ต 0-1
ที่มา : thairath.co.th
'สิงห์บลู' เปิดถ้ำรับมือ 'เรือใบ' บิ๊กแมตซ์ศึกพรีเมียร์ลีก

“สิงห์บลู” เชลซี แชมป์เก่า เตรียมเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ ทีมอันดับ 4 ของตาราง ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนนี้ (เสาร์ 16 เม.ย.) เกมนี้ “เรือใบ” แมนฯซิตี้ สภาพความสดของทีมเป็นรอง เนื่องจากเพิ่งผ่านการกรำศึกจากเกมแชมเปียนส์ลีกเมื่อกลางสัปดาห์มาหมาดๆ แต่ยังมี เควิน เดอ บรอยน์ กับเซร์คิโอ อเกวโร เป็นตัวทีเด็ดในแดนหน้า ส่วนเชลซีซึ่งไม่มีคิวเตะได้พักมาเต็มๆ จะส่งอาซาร์, วิลเลียน และคอสตา เป็น 3 ประสานแนวรุก ถ่ายทอดสดให้ชมทางซีทีเอช สเตเดียม 4 เริ่ม 5 ทุ่มครึ่ง ด้าน “ผีแดง” แมนฯยู เตรียมส่งอ็องโตนี มาร์กเซียล กับมาร์คัส แรชฟอร์ด ลงล่าตาข่าย “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลลา ทีมบ๊วยที่ตกชั้นไปแล้ว เริ่มแข่ง 21.00 น. ยิงสดทางซีทีเอช สเตเดียม 1 ขณะที่ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ต้องเปิดรังเอาชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี ให้ได้ หากยังหวังรอดพ้นการตกชั้น...
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-16 คืนนี้ (เสาร์ที่ 16 เม.ย.) มีเกมดวลแข้งรวมทั้งสิ้น 6 คู่ โดยคู่เอกจะเป็นเกมชนช้างระหว่าง แชมป์เก่า “สิงห์บลู” เชลซี จะเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 4 ซึ่งจะลงสนามฟาดแข้งเป็นคู่สุดท้าย เริ่ม 23.30 น. ถ่ายทอดสดให้ชมทางซีทีเอช สเตเดียม 4
เกมนี้เจ้าบ้าน “สิงห์บลู” เชลซี มีสภาพทีมที่สดกว่า เพราะได้พักมาเต็มๆ เนื่องจากไม่มีคิวแข่งช่วงกลางสัปดาห์ ผิดกับ “เรือใบ” แมนฯซิตี้ ที่เพิ่ง กรำศึกหนักจากเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัด 2 ที่พวกเขาเปิดรังเฉือนชนะปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1-0 ทำให้แมนฯซิตี้ตบเท้าฉลุยเข้ารอบ รองฯด้วยประตูรวม 3-2
อย่างไรก็ตาม แมตช์นี้ มานูเอล เปเยกรินี กุนซือแมนฯซิตี้ เตรียมส่งทัพใหญ่ลงสนาม นำโดย เควิน เดอ บรอยน์, เซร์คิโอ อเกวโร, ยายา ตูเร, ดาวิด ซิลวา, ซามีร์ นาสรี และเฮซุส นาบาส ขาดเพียง ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกทีมชาติอังกฤษ ที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ขณะที่แชมป์เก่า เชลซี ของกุนซือกุส ฮิดดิงก์ ยังต้องการคว้า 3 คะแนนเต็ม เพื่อลุ้นทำอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้า โดยจะส่งวิลเลียน, เชส ฟาเบรกัส, เอเด็น อาซาร์ และดีเอโก คอสตา ลงสนามเป็นตัวจริง สำหรับแนวโน้มเกมนี้ มองแล้วเชลซีเหนือกว่าแมนฯซิตี้เล็กน้อย และมีภาษีดีกว่าที่จะเป็นผู้ชนะในเกมนี้
ส่วนรองคู่เอกนั้น จะเป็นเกมระหว่าง “ปิศาจแดง” แมนฯยู จะเปิดสนามโอลด์แทรฟเฟิร์ด รับมือ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลลา ทีมบ๊วยของตาราง ที่ร่วงตกชั้นไปเรียบร้อย แล้ว เกมนี้ทีม“ปิศาจแดง” จะส่งอ็องโตนี มาร์กเซียล กับเจสซี ลินการ์ด ทำเกมทางริมเส้น โดยมีเจ้าหนู มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งวัย 18 กะรัต รับบทหัวหอกตัวเป้า ซึ่งคู่นี้จะเริ่มเตะเวลา 21.00 น. ถ่ายทอดสดทางซีทีเอช สเตเดียม 1
สำหรับโปรแกรมคู่อื่นๆที่เหลือ ดังนี้ นิวคาสเซิล พบสวอนซี (สดทางซีทีเอช สเตเดียม 4), เอฟเวอร์ตัน พบเซาแธมป์ตัน (สดทางสเตเดียม 3) และเวสต์บรอมวิช อัลเบียน พบวัตฟอร์ด (สดทางสเตเดียม 5) เริ่ม 21.00 น.พร้อมกันทั้งสามคู่ ส่วนคู่แรก นอริช ซิตี้ พบซันเดอร์แลนด์ เริ่ม 18.45 น. ยิงสดทางสเตเดียม 5
ที่มา : thairath.co.th
กางโผโค้งสุดท้าย! ชี้ชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีก 2015/16

ศึกลูกหนังเวทีพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี เดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมขวัญใจมหาชนชาวไทยยังรั้งบัลลังก์จ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น และเหลืออีกเพียง 6 เกมเท่านั้น ประวัติศาสตร์ฉบับใหม่ของโลกลูกหนังกำลังจะจารึก...
การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 ตะบันแข้งกันมาเกือบ 32 นัดแล้ว โดยโปรแกรมที่เหลือก่อนจบฤดูกาล เหลืออีกเพียง 6-7 เกมเท่านั้น ซึ่งทีมที่ลุ้นแชมป์หากนับความเป็นไปได้จะเหลือเพียง 3 ทีม ประกอบด้วย "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูง, "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ รองจ่าฝูง และ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อันดับที่ 3 โดยวันนี้ทาง ไทยรัฐออนไลน์ จะมาวิเคราะห์โอกาสเก็บแต้มกับโปรแกรมที่เหลือของเหล่าทีมลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้และทีมใดมีภาษีที่จะคว้าแชมป์ในบั้นปลายไปครองเรามาดูกัน!!!!
"จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ (จ่าฝูง 32 นัด, 69 คะแนน)

"จิ้งจอกสยาม" จากทีมหนีตกชั้น กลับกลายมาเป็นทีมที่กำลังคว้าแชมป์
โปรแกรมที่เหลือ
-10/04/2016 ซันเดอร์แลนด์ พบ เลสเตอร์ ซิตี้
-17/04/2016 เลสเตอร์ ซิตี้ พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
-24/04/2016 เลสเตอร์ ซิตี้ พบ สวอนซี ซิตี้
-01/05/2016 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ เลสเตอร์ ซิตี้
-07/05/2016 เลสเตอร์ ซิตี้ พบ เอฟเวอร์ตัน
-15/05/2016 เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือชาวอิตาเลียนที่กำลังพา จิ้งจอกสยามตัวน้อย เดินหน้าคว้าแชมป์
เต็ง 1 ชั่วโมงนี้คงหนีไม่พ้น "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมขวัญใจมหาชนแดนสยามที่กำลังเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ตามล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกหนแรกของสโมสร จากทีมที่หนีตกชั้นในฤดูกาลที่แล้ว พลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือกลับมายืนอยู่บนหัวตารางได้อย่างสง่าผ่าเผย ซึ่งเครดิตนี้ต้องยกให้กับ เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือชาวอิตาเลียนที่เข้ามาปลุกชีพ "จิ้งจอก" ให้กลายเป็นทีมยักษ์ใหญ่ในพริบตา และเป็นที่ประจักษ์ในสายตาชาวลูกหนังทั่วโลกไปแล้ว
จากชัยชนะด้วยสกอร์ยอดฮิต 1-0 เหนือคู่แข่ง 4 เกมหลังสุด ทำให้พวกเขายึดบัลลังก์จ่าฝูงอย่างเหนียวแน่นแถมมีแต้มนำห่างรองจ่าฝูงอย่าง "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ถึง 7 คะแนน และ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล อันดับสามอยู่ 6 คะแนนกับเกมที่เหลืออีกเพียง 6 นัดเท่านั้น
ตามโปรแกรมแล้ว "จิ้งจอกสยาม" ต้องการอีก 12 แต้มใน 6 เกมจะทำให้พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกโดยไม่ต้องมองถึงคู่แข่งทันที แต่ทว่างานของพวกเขาก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายซะทีเดียวเนื่องจากต้องเผชิญหน้ากับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ในช่วง 3 นัดสุดท้าย และนัดต่อไปจะต้องบุกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ ทีมที่กำลังโหยหาแต้มเผื่อหนีจากโซนตกชั้นด้วย

ริยาด มาห์เรซ และ เจมี วาร์ดี สองคีย์แมนของจิ้งจอกสยาม
วิเคราะห์แต้มที่ได้ : 6 เกมที่เหลือต่อจากนี้คาดกันว่า 3 แต้มที่ "จิ้งจอกสยาม" น่าจะได้แบบไม่มีปัญหานั่นก็คือเกมเปิดบ้านพบกับ สวอนซี ซิตี้ และ เอฟเวอร์ตัน รวมไปถึงเกมบุกไปเยือนซันเดอร์แลนด์ แต่อีก 3 เกมที่เหลือถือเป็นเรื่องยากที่จะได้แต้มตามที่หวังไว้ แต่อย่างไรก็ตามมาถึงขั้นนี้แล้วทุกอย่างเป็นใจให้กับ "จิ้งจอกสยาม" มาตลอด 32 นัด และอีกเพียง 12 แต้มเท่านั้นประวัติศาสตร์ฉบับใหม่จะต้องจารึกกับการคว้าแชมป์ลีกของพวกเขาเป็นครั้งแรก ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยที่จะทำไม่ได้
"ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์ (รองจ่าฝูง 32 นัด, 62 คะแนน)

ทัพไก่เดือยทอง ติดปีกบินมาไกลเกินเป้าแล้ว
โปรแกรมที่เหลือ
-10/04/2016 ทอตแนม ฮอตสเปอร์ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
-18/04/2016 สโต๊ก ซิตี้ พบ ทอตแนม ฮอตสเปอร์
-25/04/2016 ทอตแนม ฮอตสเปอร์ พบ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
-02/05/2016 เชลซี พบ ทอตแนม ฮอตสเปอร์
-07/05/2016 ทอตแนม ฮอตสเปอร์ พบ เซาแธมป์ตัน
-15/05/2016 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พบ ทอตแนม ฮอตสเปอร์

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ยอดกุนซือที่สร้างรอยยิ้มให้กับสาวกไก่เดือยทองอย่างต่อเนื่อง
"ไก่เดือยทอง" ภายใต้การทำทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เฮดโค้ชจอมแท็กติกชาวอาร์เจนไตน์ ถือว่าบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในช่วงเปิดฤดูกาล และตอนนี้พวกเขาก็กำลังหาโบนัสก้อนโต นั่นก็คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
ปัจจุบัน "ไก่เดือยทอง" รั้งอันดับที่ 2 ของตาราง โดยมีแต้มตามหลัง "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงถึง 7 แต้มกับเกมที่เหลืออีกเพียง 6 นัดเท่านั้น หนทางเดียวของพวกเขาที่จะคว้าแชมป์นั่นก็คือการทำหน้าที่ของตัวเองในแต่ละเกม นั่นก็คือการเก็บชัยชนะให้ได้ พ่วงด้วยคอยแช่งให้ "จิ้งจอกสยาม" สะดุดขาตัวเองทำแต้มหล่นบ้างถึงจะมีโอกาสคว้าโบนัสก้อนโตในฤดูกาลนี้ไปครอง
อย่างไรก็ดี หากมองไปยังโปรแกรมของพวกเขา ต้องบอกว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของพลพรรคไก่เดือยทองนั้นหนักหนาสากรรจ์กว่าอีก 2 ทีมที่ลุ้นแชมป์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ของลีกที่กำลังกระเสือกกระสนลุ้นโควตาแชมเปียนส์ลีก หรือจะเป็นการบุกไปเยือน สโต๊ค ซิตี้ ที่มีเกมในบ้านยอดเยี่ยม รวมไปถึงทำศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์กับ เชลซี แชมป์เก่า และเกมสุดท้ายพวกเขาต้องยกพลไปเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ซึ่งคาดกันว่านัดนั้นจะต้องหวดกันไฟแลบแน่นอน เนื่องจาก สาลิกาดง กำลังหนีตายและต้องการแต้มเป็นอย่างยิ่ง

แฮร์รี เคน ดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกเวลานี้คือกุญแจพาไก่ติดปีกบินสูง
วิเคราะห์แต้มที่ได้ : คาดกันว่า ไก่เดือยทอง จะต้องเจองานหนักในการเก็บแต้มในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งหากมองโปรแกรมแล้ว 3 แต้มที่คาดว่าน่าจะได้ชัวร์ๆ ก็คงมีแค่ 2 เกมที่เปิดบ้านพบกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน และ เซาแธมป์ตัน ทีมกลางตารางที่ไม่น่าจะเน้นผลอะไร ส่วนเกมพบกับแมนฯ ยูไนเต็ด, สโต๊ก ซิตี้ และ เชลซี รวมไปถึง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มีโอกาสสูงทีเดียวที่พวกเขาอาจต้องน้ำตาตกไม่ได้ผลการแข่งขันที่ตั้งใจไว้ ดังนั้นสรุปได้ว่า 6 เกมที่เหลือของ สเปอร์ส 12 แต้มก็สวยหรูแล้ว
"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล (อันดับสาม 31 นัด 58 คะแนน)

ปาฏิหาริย์อย่างเดียวที่จะทำให้ "ปืนใหญ่" พลิกกลับมาคว้าแชมป์
โปรแกรมที่เหลือ
-17/04/2016 อาร์เซนอล พบ คริสตัล พาเลซ
-21/04/2016 อาร์เซนอล พบ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
-24/04/2016 ซันเดอร์แลนด์ พบ อาร์เซนอล
-30/04/2016 อาร์เซนอล พบ นอริช ซิตี้
-07/05/2016 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ อาร์เซนอล
-15/05/2016 อาร์เซนอล พบ แอสตัน วิลลา

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือหัวโบราณ ทำ ปืนใหญ่ ไม่ได้แชมป์ลีกมา 12 ปีแล้ว
โอกาสในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้ของพลพรรคเดอะกันเนอร์สเหลือน้อยเต็มทีแล้ว แม้จะเหลือเกมในมือมากกว่า 2 ทีมบนหัวพวกเขา 1 เกมแต่ระยะห่างระหว่างแต้มกับเกมที่เหลือซึ่งตามทฤษฎีแล้วยังมีทางเป็นไปได้ แต่ทว่าทางปฏิบัตินั้นยากเหลือเกิน
"ปืนใหญ่" มีแต้มตามหลังจ่าฝูง "จิ้งจอกสยาม" 10 แต้มในเวลานี้ หลังเก็บได้เพียงแต้มเดียวจากการบุกไปเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อวันเสาร์ที่ 9 เม.ย. 59
ซึ่งจากที่ส่องตามโปรแกรมที่เหลือของปืนใหญ่แล้วถือว่าเบากว่า "ไก่เดือยทอง" เนื่องจากพวกเขาเจอกับทีมระดับบิ๊กเนมไปเกือบหมดแล้ว จะเหลือก็แค่พบกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงนัดรองสุดท้ายเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่งานง่ายของพวกเขาแน่นอนเนื่องจากเกมต่อไปจะต้องยกพลบุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ, ซันเดอร์แลนด์, นอริช ซิตี้, แอสตัน วิลลา ต่างก็ต้องการแต้มเพื่อหนีตายทั้งสิ้น

เมซุต โอซิล จอมทัพตาปรือ ความหวังสูงสุดของปืนใหญ่
วิเคราะห์แต้มที่ได้ : ความน่าจะเป็นของ "ปืนใหญ่" ใน 6 เกมที่เหลือคาดว่าพวกเขาจะเอาชนะ คริสตัล พาเลซ, เวสต์บรอมวิช อัลเบียน, ซันเดอร์แลนด์ และ นอริช ซิตี้ ก่อนจะบุกไปแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และปิดท้ายไล่ถล่มแอสตัน วิลลา ทำให้แต้มอย่างต่ำที่คาดว่าจะเก็บได้ของพวกเขาจะอยู่ที่ 15 แต้ม แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการคว้าแชมป์อยู่ดี
ทั้งนี้ บทสรุปท้ายฤดูกาลจะเป็นอย่างไร "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ จะสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสรได้หรือไม่ 6 นัดสุดท้ายของฤดูกาล พวกเขาต้องเป็นทีมที่กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง...
ที่มา : thairath.co.th
ที่มา : thairath.co.th
บอลวันนี้ Update! ล่าสุด!
เซเว่น ซ็อคเกอร์ แหล่งรวมข้อมูลฟุตบอล ทีเด็ดฟุตบอล วิเคราะห์บอล ราคาบอลวันนี้ พร้อมกับ ตารางบอล และ ผลบอลสดภาษาไทย และยังมีช่องดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ให้ท่านไม่พลาดฟุตบอลแมตซ์สำคัญ


