ภาพหายาก !! เมื่อ “เจ ชนาธิป” โมโหเดือด! แต่เพราะอะไรถึงเดือดนี่แหละ (มีคลิป) คลิปไฮไลท์ฟุตบอล

คลิปไฮไลท์ฟุตบอล


ภาพหายาก !! เมื่อ “เจ” เดือดแต่เพราะอะไรถึงเดือดนี่แหละ (มีคลิป)

* กดปุ่ม Play > แล้วกรุณารอสักครู่ บางช่วงเวลามีผู้เข้าชมจำนวนมาก ทำให้โหลดคลิปช้า *

* 
กดปุ่ม Play > แล้วกรุณารอสักครู่ บางช่วงเวลามีผู้เข้าชมจำนวนมาก ทำให้โหลดคลิปช้า *

คลิปไฮไลท์ฟุตบอล คลิปบอล ดูบอลย้อนหลัง ระหว่าง ภาพหายาก !! เมื่อ “เจ” เดือด
คลิปอัพเดตเร็วที่สุด ผลบอลสด ขอให้สมาชิกสนุกกับการชมคลิปฟุตบอลวันนี้
Read more…

ส่องฟอร์ม 12 โคตรทีมเอเชีย! ก่อนดวลเดือดคัดบอลโลก รอบ 3!


หลังจากฟาดแข้งกันเป็นเวลานานแรมปี ในที่สุดก็ได้ 12 สุดยอดทีมลูกหนังระดับชาติของเอเชีย เพื่อเข้าสู่การแข่งขันรอบคัดเลือก รอบ 3 ฟุตบอลโลก 2018 ที่ทุกทีมต่างพร้อมทุ่มเทและห่ำหั่นกันแบบลืมตาย เพื่อความฝันในการเข้าไปเป็น 32 ทีมจากทั่วโลก ตะลุยรอบสุดท้ายบนดินหมีขาวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า...
สำหรับโซนเอเชีย ที่ได้โควต้าจากฟีฟ่าที่จำนวน 4 ทีมครึ่ง ทำให้ชาติสมาชิกที่สังกัดสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียกว่า 40 ประเทศต้องชิงชัยกันชนะลืมตาย โดยหลังจากผ่านการคัดเลือก 2 รอบที่ผ่านมาจาก 8 กลุ่ม ก็ได้ทีมที่เข้าสู่รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์จะพาไปส่งฟอร์มการเล่นของ 12 อรหันต์เอเชีย ที่กรุยทางเข้าสู่รอบนี้มาได้สำเร็จ ว่าแต่ทีมมีเส้นทางกันอย่างไรบ้าง โดยแบ่งโซนตามที่สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี จัดแบ่งไว้ดังต่อไปนี้
โซนเอเชียตะวันตก
ซาอุดิอาระเบีย
ทัพ "เหยี่ยวมรกต" หรือ "เศรษฐีน้ำมัน" ก้าวขึ้นมาเป็นขาประจำของศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะฟอร์มดีหรือร้ายยังไง พวกเขาก็สามารถเอาตัวรอดเข้าสู่รอบลึก ๆ ของการแข่งขันรอบคัดเลือก ศึกฟุตบอลโลกโซนเอเชียได้เสมอ




โดยในรอบคัดเลือกรอบ 2 ที่ผ่านา ซาอุฯ ถูกจัดให้เป็นทีมวางในกลุ่ม เอ ซึ่งฟอร์มและชื่อชั้นเหนือกว่าเพื่อร่วมกลุ่มอยู่หลายช่วงตัว ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอาหรับ เอมิเรสต์, ปาเลสไตน์, มาเลยเซีย หรือแม้แต่ ติมอร์ เลสเต เก็บไปได้ทั้งสิ้น 20 คะแนน จาก 8 นัด มีผลประตูได้เสียอยู่ที่ +24 ทำสถิติชนะมากที่สุดด้วยการบุกไปไล่ถลุง ติมอร์ฯ ถึงถิ่น 10-0 นั้นยิ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ขุนพลนักเตะซาอุดิอาระเบียมีความยอดเยีี่ยมเพียงใด และจบในตำแหน่งอันดับที่ 1 ของกลุ่ม เอ แบบไร้คู่แข่ง
สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในทีมระดับหัวแถวของเอเชีย ยูเออี คือหนึ่งในนั้น และด้วยความที่โครงสร้างฟุตบอลในประเทศแข็งแกร่งอยู่แล้ว ทำให้พวกเขาพยายามตั้งเป้าหมายในการต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของฟุตบอลให้ได้
ถึงแม้เกมแรกจะเริ่มต้นแบบฝืดคอ ด้วยการออกเฉือนเอาชนะ ติมอร์ฯ เพียงแค่ 0-1 แต่หลังจากที่ มาห์ดี อาลี กุนซือใหญ่เร่งจุนเครื่องติด จนกลายสภาพเป็นหนึ่งในทีมที่ดาหน้าไล่ถล่มคู่แข่งชนิดไร้ความปราณี โดยเฉพาะการเปิดบ้านไล่ยำใหญ่รองแชมป์อาเซียนอย่าง มาเลเซีย 10-0 จน ดอลลาห์ ซาเลห์ กุนซือใหญ่ทีมเสือเหลืองต้องเปิดหมวกลาทีมเพื่อรับผิดชอบผลงาน
กระทั่งในท้ายที่สุด สามารถเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายด้วยการเป็น 1 ใน 4 ทีมรองแชมป์กลุ่มที่ดีที่สุด ด้วยผลงาน 17 คะแนน จาก 8 นัด มีประตูได้เสียสูงถึง +21 เลยทีเดียว



กาตาร์
ว่าที่เจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2022 ที่ถึงแม้ประชากรในประเทศจะมีจำนวนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมทวีป แต่ผลงานด้านลูกหนังถือว่าน่ากลัวไม่เป็นสองรองใคร
ถึงแม้จะว่ากำลังอยู่ในช่วงของการสร้างทีมสายเลือดใหม่ เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในอีก 6 ปีข้างหน้า แต่ผลงานในรอบคัดเลือกภายใต้การกุมบังเหียนของ โฆเซ ดาเนียล การ์เรโน กุนซือชาวสแปนิชยังคงเชื่อขนมกินได้ เก็บชัยชนะมา 7 เกมรวด ก่อนจะมาเสียสถิติในเกมสุดท้าย ด้วยการออกไปพ่ายให้กับ จีน 2-0 แต่นั้นก็ไร้ความหมาย เมื่อพวกเขาตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายไปแล้ว ในฐานะแชมป์กลุ่ม ซี เก็บได้ 21 แต้ม จาก 8 นัด

ซีเรีย
อีกหนึ่งทีมแกร่งจากย่านตะวันออกกลางที่โชว์ฟอร์มได้ตามมาตรฐาน เมื่อตลอดทั้ง 8 เกม ในรอบ 2 พวกเขาเอาชนะคู่ปรับร่วมสายอย่าง สิงคโปร์, อัฟกานิสถาน และ กัมพูชา ได้ทั้งไปและกลับ จะมีก็เพียงการแพ้ให้กับทัพนักเตะทีมซามูไร เต็งหามของกลุ่ม อี เพียงทีมเดียวเท่านั้น ทำให้จบการแข่งขันในรอบนี้ ทัพนักเตะจากซีเรียเข้าป้ายในรอบ 12 ทีมสุดท้ายเอเชีย ด้วยโควตา 1 ใน 4 ทีมรองแชมป์กลุ่มที่ดีที่สุดด้วยเช่นกัน




อิรัก
ทัพแข้งสิงโตแห่งเมโซโปเตเมีย อดีตแชมป์เอเชียน คัพ เมื่อปี 2007 ถูกจับตามองว่าน่าจะผ่านเพื่อนร่วมสายได้อย่างไม่ยากมากนัก หลังถูกจับสลากให้อยู่กับ ไทย, เวียดนาม ไต้หวัน และ อินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงนกหวีดเริ่มต้นวินาทีแรกของเกมแรก ลูกทีมของ ยาย่าห์ อัลวาน กลับทำได้อย่างน่าผิดหวัง เมื่อจบ 6 นัด มีอยู่เพียง 12 คะแนน จากการชนะ 3 แพ้ 3 ถึงแม้ขุมกำลังจะอุดมไปด้วยนักเตะหลากดีกรีอย่าง ซาอัด นาติก, ดูร์กอม อิสมาอิล, อาลี อัดนาน ดาวเตะจากอูดิเนเซ่, โอซามา ราชิด, ซาอัด อับดุล อาเมียร์ และ หัวหอกจอมเก๋าอย่าง ยูนิส มาห์มูด ก็ตาม แต่ฟอร์มโดยรวมกลับไม่น่าพอใจ
สุดท้ายแล้วถึงแม้จะเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายได้ตามเป้า แต่ ยาย่าห์ อัลวาน กุนซือใหญ่แสดงสปิริตรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง ทำให้ต้องดันเอา อับดุล-กานี ชาฮัด โค้ชทีม ยู-23 เข้ามาสานต่องานในรอบต่อไปแทน
โซนเอเชียกลาง
อิหร่าน
ทีมดังแห่งแดนเปอร์เซียอย่าง "อิหร่าน" ชื่อนี้ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณให้รำคาญยุ่งยากใจ และเป็นหนึ่งในทีมที่ไม่สูญเสียความบริสุทธิ์ให้กับเพื่อนร่วมกลุ่มทั้ง โอมาน, เติร์กเมนิสถาน, กวม และ อินเดีย เก็บไปได้ทั้งสิ้น 20 คะแนน ทิ้งห่างทีมรองจ่าฝูงถึง 6 แต้ม



หลังจากเคยทะลุเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกถึง 4 ครั้ง ในปี 1978, 1998, 2006 และ 2014 ขุนพลนักรบทะเลทรายหวังเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้เดินทางไปสัมผัสบรรยากาศฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้งบนดินแดนหมีขาว
ซึ่งหากไม่มีอุปสรรคให้วุ่นวายใจเหมือนในการแข่งขันเอเชียนคัพ 2015 ที่ผ่านมา ทั้งปัญหาความขัดแย้งในสมาคมฯ รวมถึงเรื่องงบประมาณ เชื่อแน่ว่าเส้นทางที่ คาร์ลอส เคยรอซ จะนำทัพอิหร่านทะยานเข้าสู่ฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันได้ไม่ยาก
อุซเบกิสถาน
ทัพนักเตะอุซเบก เกือบสานฝันเข้าสู่รอบสุดท้ายในฟุตบอลโลก 2014 ได้เป็นครั้งแรก เมื่อจบอันดับที่ 3 ในรอบ 10 ทีมสุดท้าย กลุ่ม เอ แต่ต้องพ่ายการดวลจุดโทษให้กับ จอร์แดน ในรอบเพลย์ออฟแบบน่าเจ็บใจ ทำให้พพวกเขาตั้งความหวังไว้อย่างแรงกล้า ที่จะแก้ตัวให้ได้อีกครั้งในอีก 4 ปีถัดมา
และถึงแม้จะประเดิมเปิดหัวไม่ค่อยสวยนักในรอบคัดเลือก รอบ 2 เมื่อต้องออกไปพ่ายให้กับ เกาหลีเหนือ ถึงกรุงเปียงยาง 4-2 แต่หลังจากนั้นลูกทีมของ แซมเวล บาบายาน ก็เดินหน้าเร่งเครื่องเก็บชัยได้ครบ 7 นัดรวด ทะยานขึ้นมายึดตำแหน่งแชมป์กลุ่ม เอช ได้อย่างน่าประทับใจ
โซนเอเชียตะวันออก
จีน
ทัพนักเตะแห่งแดนมังกร เคยประสบความสำเร็จในศึกฟุตบอลโลกเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น คือในปี 2002 ที่เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพร่วมกัน หลังจากนั้นยังไม่เข้าใกล้ความสำเร็จที่เคยทำได้อีกเลย ถึงแม้จะได้กุนซือระดับชั้นนำอย่าง โฆเซ อันโตนิโอ คามาโช และ อแล็ง แปร์แรง เข้ามาทำทีม แต่กลับล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า



แต่ในการแข่งขันรอบ 2 ที่ผ่านมา ทัพลูกหนังจากแดนเส้าหลิน ซอคเกอร์ ภายใต้การคุมทัพของ เกา ฮง โป อดีตดาวยิงทีมชาติจีนในยุค 90 แม้จะใช้สิทธิ์ผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชีย ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม ซี แต่เมื่อมองถึงรูปแบบการเล่นแล้วต้องยกนิ้วให้เลยทีเดียว เมื่อยิงไปได้ถึง 27 ประตู เสียเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้นให้กับ กาตาร์ ในเกมที่บุกไปพ่ายแบบน่าเจ็บใจ 1-0 เมื่อเดือนตุลาคมปี 2015 และเชื่อแน่ว่าด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ น่าจะทำให้ทุกทีมไม่สามารถมองข้ามจีนได้เลย ในสุดท้ายที่กำลังจะถึงนี้
ญี่ปุ่น
ทัพนักเตะซามูไร สถาปนาตัวเองเป็นขาประตูของศึกฟุตบอลโลกมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 1998 ที่ผ่านมา และยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้ วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช เข้ามารับตำแหน่งแทนที่ ฮาเวียร์ อกีร์เร



ถึงแม้ในรอบคัดเลือกรอบ 2 กลุ่ม อี จะเสียรางวัดไปบ้าง เมื่อทำได้เพียงแค่การออกสตาร์ตนัดแรก ด้วยการเสมอกับ สิงคโปร์ คาบ้านตัวเอง 0-0 ที่ไซตามะ แต่หลังจากนั้นทัพนักเตะซามูไรบลู ก็กลับมาสู่ฟอร์มอันคงเส้นคงวาอีกครั้ง เก็บชัยชนะได้อีก 7 เกมรวด ไม่เสียประตูให้กับคู่แข่งแม้แต่ลูกเดียว ลอยลำเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม อี ได้ตามความหมาย
เกาหลีใต้
ทัพนักเตะจากแดนโสมขาว คือ 1 ใน 2 ทีมที่ไม่เสียประตูให้กับทีมใดเลย ในรอยคัดเลือกรอบ 2 แต่ที่เจ๋งกว่านั้นและไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ลูกทีมของ อูลี สติลิเก เป็นเพียงทีมเดียวเท่านั้นในเอเชีย ที่เก็บชัยชนะได้ครบทุกนัด ยิงคู่แข่งได้ทั้งสิ้น 24 ประตู



โดยขุนพลนักเตะพลังโสมที่ส่วนใหญ่ ต่างค้าแข้งอยู่ในยุโรปไม่ว่าจะเป็น ซอน ฮึง มิน ของทอตแนม ฮอตสเปอร์, กี ซอง ยอง ของ สวอนซี ซิตี้, ปาร์ค จู โฮ แห่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, คิม จิน ซู แห่ง ฮอฟเฟ่นไฮม์ หรือแม้แต่ ซุค ฮุน จุน จาก เอฟซี ปอร์โต ซึ่งนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ทีมชาติเกาหลีใต้ชุดนี้ถึงได้แกร่งทั่วแผ่น และไร้เทียมทานเมื่อปะทะกับทีมร่วมทวีปในรอบที่ผ่านมา
โซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
ไทย
ทัพนักเตะช้างศึกภายใต้การคุมทัพของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตศูนย์หน้าระดับตำนาน ต่างโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา เมื่อในรอบคัดเลือกรอบ 2 อยู่ร่วมสายกับอย่าง อิรัก, เวียดนาม และ ไต้หวัน




ซึ่งด้วยศักยภาพที่รุดหน้าไปเป็นอย่างมาก ทำให้นักเตะจากแดนสยามโชว์ฟอร์มได้อย่างสะใจกองเชียร์ เข้าป้ายเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม เอฟ ส่งให้คู่ปรับสำคัญร่วมสายอย่าง อิรัก อดีตแชมป์เอเชียปี 2007 ต้องลงไปดิ้นรนเข้ารอบในฐานะอันดับที่ 2 ของสายแทน
ออสเตรเลีย
ทัพนักเตะซอคเกอรูส์ ย้ายสังกัดจากโซนเอเซียเนีย มาอยู่ร่วมกับ เอเอฟซี เมื่อปี 2006 เพราะต้องการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายแบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องไปลุ้นเพลย์ออฟกับตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟ และหลังจากได้ย้ายโซนสมใจ พวกเขาก็เป็นหนึ่งในตัวแทนจากเอเซียแทบทุกครั้ง ในการเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 3 ครั้งหลังสุด


และในการคัดเลือกของปี 2018 เช่นกัน ทัพนักเตะออสซีถูกจับสลากให้อยู่ร่วมสาย บี ร่วมกับ จอร์แดน, คีร์กีสถาน, ทาจิกิสถาน และ บังคลาเทศ และสามารถจบการแข่งขันรอบนี้ ด้วยการยึดตำแหน่งจ่าฝูงได้ตามคาดในฐานะแชมป์กลุ่ม เบียดแซง จอร์แดน ไปเพียงไม่กี่แต้มเท่านั้น

สำหรับในรอบต่อไป จะมีการจับสลากแบ่งสายในรอบ 12 ทีม แบ่งออกเป็น 2 สาย ๆ ละ 6 ทีม ในวันที่ 12 เมษายนนี้ ที่สำนักงานใหญ่ของ เอเอฟซี ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะทำให้ได้ทราบกันแล้วว่า แต่ละทีมจะมีโอกาสมากน้อยเพียงใด ในการเป็นตัวแทนของเอเชียไปล่าฝันที่รัสเซียต่อไป.
ที่มา : thairath.co.th
Read more…

'ลีซอ' ซัดทีมเก่า! 'แข้งเทพ' บุกดับ 'กิเลน' คาบ้าน 3-2


"ลีซอ" ธีรเทพ วิโนทัย สวมบทซูเปอร์ซับทำประตูทีมเก่าในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปแบบใจหายใจคว่ำ 3-2 ศึกไทยลีก 2016 นัดกลางสัปดาห์...
การแข่งขันศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2016 นัดกลางสัปดาห์ ประจำวันพุธที่ 30 มีนาคม คู่ที่น่าสนใจเป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดรัง เอสซีจี สเตเดียม รับการมาเยือนของ "แข้งเทพ" แบงค็อก ยูไนเต็ด 
เริ่มเกมในครึ่งแรกไปได้เพียง 5 นาที ทีมเยือนได้ประตูออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว เมื่อ สรรวัญช์ เดชมิตร มิดฟิลด์ตอมเทคนิคทีมชาติไทย ลากบอลเข้าไปหน้าประตูก่อนตะบันด้วยซ้ายเข้าไปอย่างสวยงาม
จากนั้นนาที 21 กองเชียร์เจ้าถิ่นได้ลุ้นบ้างเมื่อ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา แนวรับของทีมเจ้าถิ่นเติมขึ้นมากดด้วยซ้ายข้างถนัดหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนกดด้วยซ้ายข้างถนัดบอลหลุดโค่นเสาสองออกไปนิดเดียวเท่านั้น
แต่ถัดมาอีกเพียง 2 นาที พลพรรคแข้งเทพเกือบได้ประตูขยับหนีห่างออกไปอีกครั้ง จากจังหวะที่ มาริโอ ยูรอฟสกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าไปให้กับ เลอันโดร ได้โขกระยะเผาขน แต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยังรับเข้าซองเอาไว้ได้
และในช่วงท้ายครึ่งแรก เข้าถิ่นพลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย เมื่อ ทริสตอง โด แบ็กขวาของทีมกิเลนผยองบรรจงเปิดเข้าไปให้กับ คลีตัน ซิลวา โหม่งสะบัดเล่นทางแต่บอลหลุดเสาสองออกออกไปอย่างน่าเสียดาย
ทำให้จบครึ่งแรก แบงค็อก ยูไนเต็ด บุกมานำ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่ 1-0

แต่ในครึ่งหลังเจ้าถิ่นแก้เกมมาเป็นอย่างดี และได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็วในนาที 47 จากลูกเปิดทางกราบซ้ายเข้ามาหน้าประตูให้กับ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมา ขึ้นโหม่งเล่นทางเสียบมุมเข้าไปท่ามกลางความสะใจของกองเชียร์เจ้าถิ่นทั้งสนาม
จากนั้นในนาที 50 เจ้าถิ่นก็พลิกขึ้นนำเป็น 2-1 จากลูกเปิดอีกครั้งของ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ไปหน้าประตูให้กับ คลีตัน ซิลวา บรรจงดีดด้วยขวาเบียดเสาเข้าไป
ต่อมาในนาที 63 แฟนบอลเจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไหลตามช่องให้กับ อดิศักดิ์ ไกรษร วิ่งเข้ามาซัดดว้ยซ้ายตามน้ำ แต่ วรุฒ เมฆมุสิก ยังตะครุบเอาไว้ได้
กระทั่งนาที 79 กองเชียร์ทีมเยือนได้เฮกันอย่างสุดเสียง จากจังหวะต่อบอลของผู้เล่นแบงค็อกหน้าประตู ก่อนที่สุดท้าย มาริโอ ยูรอฟสกี อดีตขวัญใจของแฟนบอลกิเลนผยอง จะยิงเข้าไปง่าย ๆ ตีเสมอเป็น 2-2
แต่ในช่วงท้ายเกมนาที 87 ทีมเยือนก็มาได้ประตูพลิกขึ้นนำอีกครั้งเป็น 3-2 จากการยิงเต็มข้อของ "ลีซอ" ธีรเทพ วิโนทัย ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลัง
ทำให้จบเกม แบงค็อก ยูไนเต็ด บุกมายัดเยียดความปราชัยให้กับพลพรรคกิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปอย่างสนุกสะใจกองเชียร์ 3-2
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK), พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, มาริโอ อับรานเต, นาโออากิ อาโอยามะ, สารัช อยู่เย็น, ธีรศิลป์ แดงดา (C), ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ทริสตอง โด, คลีตัน ซิลวา, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี
แบงค็อก ยูไนเต็ด : วรุฒ เมฆมุสิก (GK) ภาณุพงศ์ วงศ์ษา (C) พุทธินันท์ วรรณศรี แอนโธนี อำไพพิทักษ์วงศ์ ดราแกน บอสโควิช มิก้า ชูนวลศรี โจโจ้ สรรวัญช์ เดชมิตร เลอันโดร เอกชัย สำเร 

ส่วนผลคู่อื่นมีดังนี้
ชัยนาท ฮอร์นบิล แพ้ ชลบุรี เอฟซี 1-4
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสมอ สุพรรณบุรี เอฟซี 2-2
โอสถสภา เอ็ม 150 สมุทรปราการ เสมอ ศรีสะเกษ เอฟซี 1-1
สุโขทัย เอฟซี ชนะ พัทยา ยูไนเต็ด 1-0
อาร์ม่ี ยูไนเต็ด ชนะ ราชนาวี 2-0
นครราชสีมา มาสดา เอฟซี แพ้ บางกอกกล๊าส เอฟซี 1-2
ที่มา : thairath.co.th
Read more…

'ช้างศึก' ทำได้! บุกเจ๊า 'อิรัก' 2-2 คว้าแชมป์กลุ่มเอฟคัดบอลโลก

ทีมชาติไทย ทำสำเร็จผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกโซนเอเชียต่อไป

"ทัพช้างศึก" ทีมชาติไทย บุกมายันเสมอกับ ทีมชาติอิรัก 2-2 แต่ก็เพียงพอต่อการเป็นแชมป์กลุ่มเอฟ พร้อมคว้าตั๋วเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชียด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มเอฟสำเร็จ...

ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชียประจำวันที่ 24 มี.ค. เป็นการแข่งขันในกลุ่ม เอฟ คู่ระหว่าง ทีมชาติอิรัก พบกับ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย โดยเกมนี้แข่งที่สนามกลาง ซาฮิด ดาสต์เกอร์ตี สเตเดียม ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ซึ่งทีมชาติไทยขอแค่ผลเสมอจะทำให้ผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายอย่างเป็นทางการทันที
เกมนี้เจ้าถิ่นไม่มีอะไรจะเสียต้อง 3 แต้มเท่านั้น เพื่อโอกาสในการเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายต่อไปโดยเกมรุกนำทัพโดย อาลี อัดนาน ปีกตัวเก่งที่ค้าแข้งอยู่ในลีกกัลโชเซเรียอากับ อูดิเนเซ กับ ยูนิส มาห์มูด หัวหอกกัปตันทีมเป็นตัวทีเด็ด ส่วน "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทยจัดระบบ 4-3-3 โดยมี ธีรศิลป์ แดงดา เป็นตัวความหวังทำประตู
เปิดฉากมาแค่ 5 นาที ช้างศึกรอดพ้นการเสียประตูหวุดหวิด หลัง อับดุลลาฮีม คาร์รา กองหน้าของอิรักส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย แต่ไลน์แมนกลับยกธงล้ำหน้าหวุดหวิด
นาทีที่ 11 ไทยได้โอกาสลุ้นครั้งแรกจากลูกโต้กลับ ปกเกล้า อนันต์ กระชากมาเองก่อนตัดสินใจยิงบอลข้ามคาน
อีก 6 นาทีให้หลัง อิรักบุกต่อและเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากลูกทุ่มไกลบอลมาถึง อับดุลลาฮีม คาร์รา ชาร์จจ่อๆ บอลข้ามคานหวุดหวิด
นาทีที่ 22 ไทยรอดเสียประตูอีกครั้ง จากลูกยิงเต็มข้อของ อับดุล คาร์รา แต่กวินทร์ ยังบินได้ ปัดออกหลังอย่างหวุดหวิด
มาถึงนาทีที่ 28 ไทยตอบโต้ก่อนจบด้วยการยิงประตู จากลูกยิงของ เมสซีเจ แต่บอลเข้าซองนายด่านอิรักรับไม่มีพลาด
เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 40 กองเชียร์ชาวไทยเฮลั่นเมื่อมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกเตะมุม ธีราธร บุญมาทัน เปิดโค้งมาให้กับ มงคล ทศไกร เทคตัวโขกเสียบเสาสองเข้าไปเลย
นาทีที่ 44 อิรักลุยหนัก ดูว์กอม อิสมาเอล เติมมายิงด้วยซ้ายบอลยังหลุดกรอบออกไป
เกมครึ่งแรกจบลงเป็น ทีมชาติไทย บุกไปขึ้นนำ อิรัก 1-0 จากลูกยิงของ มงคล ทศไกร นาทีที่ 40

เข้าสู่ครึ่งหลัง อิรัก ลุยแหลกนาทีที่ 50 เกือบได้ประตูตีเสมอ ไฟซอล ยิงจากนอกกรอบเขตโทษบอลเข้าซอง กวินทร์ รับไว้ได้
นาทีที่ 67 อิรักตามตีเสมอจนได้ 1-1 จากสองตัวสำรอง อาห์เม็ด อับดุลลาห์ ซัดด้วยซ้าย บอลติดเซฟ กวินทร์ แต่บอลมาเข้าทาง คามิล ชิลทาจ์ ตามซ้ำเข้าไป
อีก 2 นาทีต่อมาช้างศึกกำลังรวน โดนอิรักบี้หนักและเกือบได้ประตูพลิกขึ้นนำ อาลี อัดนาน เปิดฟรีคิกให้กับ ซาลัม ซาคีร์ โขกเหน่งๆ แต่ กวินทร์ บินปัดออกหลังหวุดหวิด
นาทีที่ 82 ไทยเกือบขึ้นนำอีกรอบ จากลูกโต้กลับ ธีรศิลป์ แดงดา ได้ยิงแถวสองบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น
จนกระทั่งนาทีที่ 86 ไทย ก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกรอบ 2-1 จากลูกฟรีคิก ธีราธร บุญมาทัน เปิดโค้งไปเสาสองบอลมาถึง อดิศักดิ์ ไกรษร ชาร์จเผาขนเข้าไป
แต่ทว่าช่วงทดเจ็บ อิรัก มาได้ประตูตีเสมอ 2-2 จากลูกยิงของ อาลี อัดนาน บอลมาโดน กรวิทย์ สกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง
อย่างไรก็ตาม จบเกมการแข่งขัน ทีมชาติไทย บุกมายันเสมอ ทีมชาติอิรัก 2-2 เพียงพอต่อการการันตีเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายด้วยการเป็นจ่าฝูงกลุ่ม เอฟ สำเร็จ พร้อมคว้าตั๋ว เอเชี่ยนคัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
อิรัก : นอร์ ซาร์บี (GK),ไฟซอล ยาสซิม,อาลี เรเฮมา,ซาลัม ซาคีร์,ดูว์กอม อิสมาเอล,มาห์ดี คาเมล,ซาอัด อับดุล อาเมียร์,อาลี อัดนาน,ฮัมมาดี อาหมัด,ยูนิส มาห์มูด,โมฮาหมัด อับดุลลาฮีม คาร์รา
ไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK),ทริสตอง โด,ธนบูรณ์ เกษารัตน์,กรวิทย์ นามวิเศษ,ธีราทร บุญมาทัน,สารัช อยู่เย็น,ปกเกล้า อนันต์,ชนาธิป สรงกระสินธ์,มงคล ทศไกร,เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์,ธีรศิลป์ แดงดา
ส่วนผลการแข่งขันของกลุ่มอื่นมีดังนี้
กลุ่ม เอ
- สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ชนะ ปาเลสไตน์ 2-0
- ซาอุดิอาระเบีย ชนะ มาเลเซีย 2-0
กลุ่ม บี
- ออสเตรเลีย ชนะ ทาจิกิสถาน 7-0
- จอร์แดน ชนะ บังกลาเทศ 8-0
กลุ่ม ซี
- จีน ชนะ มัลดีฟส์ 4-0
- กาตาร์ ชนะ ฮ่องกง 2-0
กลุ่ม ดี
- อิหร่าน ชนะ อินเดีย 4-0
- โอมาน ชนะ กวม 1-0
กลุ่ม อี
- ญี่ปุ่น ชนะ อัฟกานิสถาน 5-0
- ซีเรีย ชนะ กัมพูชา 6-0
กลุ่ม เอฟ
- เวียดนาม ชนะ ไต้หวัน 4-1
กลุ่ม จี
- เกาหลีใต้ ชนะ เลบานอน 1-0
กลุ่ม เอช
- อุซเบกิสถาน ชนะ ฟิลิปปินส์ 1-0
- บาห์เรน ชนะ เยเมน 3-0
ที่มา : thairath.co.th
Read more…

'บิ๊กตู่' ส่งกําลังใจเชียร์ 'ช้างศึก' ดวลแข้งอิรัก คืนนี้!!

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งกำลังใจเชียร์ ขุนพล “ช้างศึก”

“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งกำลังใจข้ามประเทศเชียร์ ขุนพล “ช้างศึก” ทีมชาติไทยทำหน้าที่ให้เต็มที่ ในเกมคัดบอลโลก นัดส่งท้าย กลุ่มเอฟ กับทีมชาติอิรัก คืนวันนี้ (24 มี.ค.) ซึ่งช่องวัน ดิจิตอลทีวี “ช่อง 31” จะถ่ายทอดสดให้ชม 21.00 น....
วันที่ 24 มี.ค.ความเคลื่อนไหวของขุนพลนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ซึ่งมีโปรแกรมลงเตะในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง “กลุ่มเอฟ” นัดสุดท้าย กับทีมชาติอิรัก ที่สนามเป็นกลาง ปาส สเตเดียม กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ในคืน วันนี้ (24 มี.ค.) ตามเวลาประเทศไทย 21.00 น. โดยช่องวัน ดิจิตอลทีวี “ช่อง 31” จะถ่ายทอดสดให้ชม
ล่าสุด “บิ๊กน้อย” พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ผู้จัดการทีมชาติไทย เผยว่า นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ส่งกำลังใจช่วยเชียร์ ให้ทำหน้าที่ให้เต็มที่เพื่อชื่อเสียงของประเทศ โดยเกมนี้ทีมชาติไทยจะใส่ชุดสีน้ำเงินล้วน ส่วนอิรักใส่สีเขียว
สำหรับผู้ตัดสินที่จะทำหน้าที่ในเกมนี้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ประกาศออกมาแล้วว่าจะใช้ทีมผู้ตัดสินจากกาตาร์ ประกอบด้วย อับดุลราห์มาน อัล จัสซิม เป็นผู้ตัดสินที่ 1 ซึ่งถือเป็นผู้ตัดสินดาวรุ่งวัยแค่ 29 ปี ส่วนไลน์แมนสองข้าง คือ ทาเล็บ อัล มาร์รี และซาอู๊ด อาห์เหม็ด อัลมากาเลห์ ขณะที่ผู้ตัดสินที่ 4 ซาอู๊ด อาลี อัดบา
อนึ่ง สถิติที่ผ่านมา ทีมไทยเป็นรอง โดยพบอิรัก 14 ครั้ง ชนะ 2 เสมอ 4 แพ้ 8 ยิงได้ 15 ประตู และเสีย 37 ประตู โดย 2 นัดที่ทีมไทยชนะอิรักนั้นเป็นเกมอุ่นเครื่องทั้งสิ้น นัดแรกชนะ 4-3 เมื่อปี 2006 และชนะ 2-1 เมื่อปี 2008 ส่วนนัดล่าสุดที่พบกันเสมอกัน 2-2 ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 8 กันยายน ปีที่แล้ว
ที่มา : thairath.co.th
Read more…

รัฐบาลหนุน ‘ซิโก้’ พาไทยไปบอลโลกทุกระดับ

รัฐบาลหนุน ‘ซิโก้’ พาไทยไปบอลโลกทุกระดับ

“บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า ตนชื่นชมทั้งสองที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ จากการพูดคุยครั้งนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรให้อีก 10-12 ปี ข้างหน้า เราจะส่งฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลกในทุกระดับ ต้องเริ่มตั้งแต่เยาวชน ตอนนี้มีมูลนิธิซิโก้ ที่จะหาช้างเผือก มาพัฒนาทำเป็นดรีมทีมเพื่อเป็นกำลังหลักต่อไป การทำมูลนิธิซิโก้ ถือว่ามีความเสียสละ รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน ซึ่งต้องดูกฎกติกาว่าจะช่วยได้อย่างไร
ทางด้าน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กล่าวว่า ฟุตบอลไทยกำลังมีศรัทธาที่ดี ดังนั้น คิดว่าเราจะปลูกฝังเด็ก ให้มีความรู้และเก่งเรื่องฟุตบอลด้วย ซึ่งต้องทำหลายช่องทาง ทั้งนี้ ตนได้นำเรียนรองนายกฯ ในเรื่องของการสร้างสนาม อาคารที่พัก ของมูลนิธิฯ ที่ตอนนี้ดูสถานที่ไว้ที่บางบอน ซึ่งไม่ไกลจาก กทม. ด้วย
พร้อมกันนี้ กุนซือจอมตีลังกา ได้กล่าวถึงการแข่งขันของทีมชาติไทยจากนี้ว่า ต้องการผ่านอิรักในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกให้ได้เพื่อเข้าไปเป็นประวัติศาสตร์ในรอบ 12 ทีมสุดท้าย ถ้าเราผ่านได้
เราจะเข้าไปแข่งขันในระดับเอเชีย 2 ปี ติดต่อกัน คนไทยจะได้ดูบอลระดับเอเชียมากขึ้น เพราะเราก้าวจากอาเซียนมาแล้ว เราจะได้เห็นการเตะกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และชาติที่เก่งๆ นั่นคือความภูมิใจ
ส่วนว่าชนะได้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง แต่ถือว่าเราจะก้าวไปสู่เวทีที่สูงขึ้น ซึ่งเราต้องช่วยกันเชียร์ ไม่ว่าเราไปเตะอุ่นเครื่องกับเกาหลีใต้ ถามว่าเราจะสู้เขาได้ไหม จะแพ้กี่ศูนย์ คิดแบบนั้นหรือ ทำไมไม่คิดว่าเรามาเจอกับเกาหลีใต้ มันไม่ดีกว่าการไปเจอกวมหรือมัลดีฟส์ นี่คือสิ่งที่ต้องการบอกว่าเรากำลังเจอของแข็ง การที่เราจะชนะของแข็งเราต้องเจอกันบ่อยๆ ถ้าเราเจอของแข็งบ่อยๆต่อไปเราจะไม่กลัว ถ้าเราไม่กลัวเราจะไปต่อได้เอง
ที่มา : thairath.co.th

Read more…

บอลวันนี้ Update! ล่าสุด!

เซเว่น ซ็อคเกอร์ แหล่งรวมข้อมูลฟุตบอล ทีเด็ดฟุตบอล วิเคราะห์บอล ราคาบอลวันนี้ พร้อมกับ ตารางบอล และ ผลบอลสดภาษาไทย และยังมีช่องดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ให้ท่านไม่พลาดฟุตบอลแมตซ์สำคัญ