Home » เยอร์เกน คลอปป์
สื่อผู้ดีแนะ 'คลอปป์' โละ 4 แข้งดัง พ้นรังหงส์แดง

สื่ออังกฤษชี้แนะ เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ควรปล่อยตัวนักเตะ 4 รายต่อไปนี้ออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันที่ 19 พ.ค. ว่า สื่อในอังกฤษชี้แนะ เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรปล่อยตัวนักเตะ 4 รายต่อไปนี้ออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ประกอบด้วย ซิมง มินโญเลต์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเบลเยียม, อัลเบร์โต โมเรโน แบ็กซ้ายทีมชาติสเปน, มาร์ติน สเคอร์เทล กองหลังทีมชาติสโลวาเกีย และ คริสเตียน เบนเตเก กองหน้าทีมชาติเบลเยียม
ลิเวอร์พูล พลาดท่าพ่าย เซบีญา ไป 3-1 ในรอบชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก ทั้งที่ทำผลงานได้ดีในช่วงครึ่งแรกและได้ประตูนำไปก่อน แต่พวกเขากลับเสียสมาธิ โดนไล่ตีเสมอตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ก่อนจะมาเสียเพิ่มอีก 2 ประตู จนพ่ายแพ้ไปในที่สุด ทำให้อดไปเล่นบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้า ซึ่งหลังจบเกมดังกล่าว สื่อในอังกฤษได้ออกมาชี้แนะ คลอปป์ ให้ปล่อย 4 แข้งต่อไปนี้ออกจากทีม
1. อัลเบร์โต โมเรโน: โดนวิจารณ์อย่างหนักเลยสำหรับแบ็กซ้ายจอมบุกรายนี้ ที่ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในฤดูกาลนี้ และความผิดพลาดของเขาก็มีส่วนสำคัญในการทำให้ทีมต้องแพ้เซบีญาด้วย แม้จะเล่นเกมบุกได้เร้าใจแต่เกมรับเขากลับทำหน้าได้ไม่ดี และควรถูกปล่อยออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้
2. มาร์ติน สเคอร์เทล: เคยจับคู่กับ ดาเนียล แอ็กเกอร์ คุมเกมรับให้กับลิเวอร์พูลได้อย่างเหนียวแน่น แต่ในฤดูกาลนี้กลับสร้างความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้จะทำผลงานได้ดีในบางครั้งก็ตาม แต่การถูกส่งไปเล่นทีมชุดยู-21 จากผลงานอันย่ำแย่ในเกมที่แพ้เซาแธมป์ตัน 2-3 น่าจะเป็นจุดจบของเขากับทีม
3. ซิมง มินโญเลต์: ผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติของเว็บไซต์ Squawka ระบุว่า มินโญเลต์ คือผู้รักษาประตูอันดับ 13 ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้เขามีข้อผิดพลาดให้เห็นเยอะมาก ลูกยากๆ เซฟได้ แต่ลูกง่ายๆ พลาดประจำ คือนิยามของนายด่านรายนี้ เขาอาจเพิ่งต่อสัญญายาวกับสโมสร แต่สื่อผู้ดีเชื่อว่าแฟนบอลลิเวอร์พูลอยากเห็นทีมซื้อผู้รักษาประตูคนใหม่เข้ามา เพราะไม่อยากเห็นความผิดพลาดของ มินโญเลต์ อีกแล้ว
4. คริสเตียน เบนเตเก: ถูก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อดีตกุนซือ หลับหูหลับตาซื้อมาด้วยค่าตัวสุดแพง 32.5 ล้านปอนด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว แต่ผลงานกลับสวนทางกับค่าตัว และเมื่อเข้าสู่ยุคของ เยอร์เกน คลอปป์ เขาก็กลายเป็นตัวสำรองอย่างต่อเนื่อง เบนเตเก คือนักเตะที่มีคุณภาพ แต่เขาไม่สามารถสนองปรัชญาของ คลอปป์ ได้ นั่นก็คือความขยันและความกระหายในการไล่กดดันคู่ต่อสู้ ซึ่งการปล่อยเขาออกจากทีมด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ น่าจะคุ้มค่า เพื่อให้คลอปป์ ได้นำมาเสริมทัพดาวยิงชั้นดีในซัมเมอร์นี้
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : thairath.co.th
'คลอปป์' ผิดหวัง 'หงส์แดง' ชวดแชมป์ยูโรปาลีก

เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือทีมลิเวอร์พูล ยอมรับ ผิดหวังที่ทีมของเขาพ่าย เซบีญา ไป 1-3 ชวดคว้าแชมป์ยูโรปาลีก ระบุ ลูกทีมเล่นได้ไม่ถึงระดับที่หวังเอาไว้...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันที่ 19 พ.ค. ว่า เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ของทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับรู้สึกผิดหวังที่ทีมของเขาพ่าย เซบีญา ทีมแกร่งจากศึกลา ลีกา สเปน ไป 1-3 ชวดคว้าแชมป์ยูโรปาลีก อย่างน่าเสียดาย
เกมนี้ ลิเวอร์พูล ได้ประตูนำไปก่อนจาก ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ แต่ เซบีญา ก็มายิงแซง 3 ประตู จาก เควิน กาเมโร และ โคเก อีก 2 ประตู ส่งผลให้ เซบีญา เอาชนะ ลิเวอร์พูล ไป 3-1 คว้าแชมป์ยูโรปาลีก ไปครองเป็นสมัยที่ 5 และเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์รายการนี้ 3 สมัยติดต่อกัน ส่วนลิเวอร์พูลอดไปเล่นถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้า ซึ่ง คลอปป์ ในฐานะกุนซือหงส์แดง ยอมรับ รู้สึกผิดหวัง แต่ก็หวังว่าลูกทีมจะใช้ประสบการณ์นี้เป็นบทเรียน
"ผมไม่ได้มีความสุขอะไรกับการเริ่มต้นเกมนะ เราไม่มีสมาธิในช่วงต้นครึ่งหลัง และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาจริงๆ เราไม่รัดกุม และป้องกันได้ไม่ดีพอ ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าเราทำได้ไม่ดีเท่าที่เราหวังไว้ แต่เราต้องเดินหน้าต่อ และใช้ประสบการณ์นี้เป็นบทเรียน เราสามารถแข็งแกร่งกว่านี้ได้ ผมแน่ใจว่าเราจะแข็งแกร่ง แต่คืนนี้มันน่าผิดหวังจริงๆ เรามีสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยม แต่คืนนี้เราไม่ดีพอ เราไม่สามารถไปถึงระดับของเราได้ และตอนนี้มันเป็นงานของผมที่จะช่วยเหลือเด็กๆ เซบีญาฉลาดนะ แต่เราก็เสียประตูง่ายเกินไป ผมมีส่วนต้องรับผิดชอบกับผลงานครั้งนี้" คลอปป์ กล่าว
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : thairath.co.th
'คลอปป์' กร้าว! 'หงส์แดง' จะสู้เต็มที่เพื่อซิวแชมป์ยูโรปาลีก

เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือทีมลิเวอร์พูล ยืนยัน ทีมของตนจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเอาชนะ เซบีญา คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก มาครองให้ได้...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 17 พ.ค. ว่า เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยัน ทีมของตนจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเอาชนะ เซบีญา ทีมแกร่งแห่งศึก ลา ลีกา สเปน คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก มาครองให้ได้ ในคืนวันพุธนี้
ลิเวอร์พูล จะลงสนามฟาดแข้งกับ เซบีญา ในคืนวันพุธนี้ ที่สนาม เซนต์ ยาค็อบ ปาร์ค เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่ง เยอร์เกน คลอปป์ ยืนยัน ทีมของเขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคว้าแชมป์ถ้วยนี้ให้ได้ เพื่อตอบแทนแฟนบอลรวมทั้งความมุ่งมั่นของทีมที่ก้าวมาถึงรอบนี้ได้
"ผมเข้ามาคุมทีมนี้เพื่อผมเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมในคุณภาพของนักเตะเหล่านี้ พวกเขาทำให้ผู้คนมากมายรู้ว่าพวกเขาควรผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึี่งทำให้ผมรู้สึกดีจริงๆ ผมมีความสุขที่พวกเขาจะแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความแข็งแกร่ง นี่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่เพื่อก้าวไปสู่จุดนั้น เรารู้ดีเกี่ยวกับความปราถนาของแฟนบอลของเรา เรารู้ว่าพวกเขาต้องการที่จะชนะถ้วยนี้ พวกเขาแสดงให้เราเห็นในแนวทางที่น่าประทับใจ ทั้งเกมในบ้านและออกเดินทางไปทั่วยุโรป เราต้องการที่จะทำให้ความฝันนี้เป็นจริงขึ้นมา ผมสามารถให้สัญญาได้ว่าเราจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคว้าแชมป์นี้ แต่ปัญหาก็คือเซบีญาก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน " คลอปป์ กล่าว
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : .thairath.co.th
'คลอปป์' แฮปปี้พัฒนาการหงส์แดง หลังทุบแตนนิ่ม

เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือทีมลิเวอร์พูล แฮปปี้กับผลงาน และพัฒนาการของทีม หลังเปิดบ้านชนะ วัตฟอร์ด ไป 2-0 ระบุ ขอพยายามพาทีมจบอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ได้...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันที่ 8 พ.ค. ว่า เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มีความสุขกับผลงานและพัฒนาการของทีม หลังเปิดสนามแอนฟิลด์ เอาชนะ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด ไป 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เกมนี้ ลิเวอร์พูล ได้ประตูจาก โจ อัลเลน และ โรเบอร์โต เฟอร์มิโน เก็บ 3 คะแนนสำคัญ รั้งอันดับ 8 เหมือนเดิม แต่ทำแต้มไล่จี้ เซาแธมป์ตัน ทีมอันดับ 6 ซึ่งเป็นพื้นที่โควตายูโรปา ลีก เหลือเพียง 2 แต้ม ซึ่ง คลอปป์ ยืนยัน เขายังให้ความสำคัญกับผลงานในลีก แม้ว่าทีมจะผ่านเข้าชิงชนะเลิศศึก ยูโรปา ลีก ที่ถ้าพวกเขาได้แชมป์ก็จะได้ไปเล่นแชมเปียนส์ลีกทันทีก็ตาม
"ทุกอย่างโอเคดีนะ ไม่มีนักเตะบาดเจ็บเพิ่ม 58 แต้มก็ไม่เลวร้ายนักหรอก ผมยังไม่ได้คิดเกี่ยวกับนัดชิงชนะเลิศยูโรปาลีก แต่ตอนนี้ยูโรปาลีกคือหนทางเดียวของเราที่จะได้ไปแชมเปียนส์ลีก ซึ่งการที่เรามี 58 แต้ม มันคือเห็นผลในเรื่องนั้น แต่สถานการณ์มันไม่ได้มีปัญหาอะไรนักหรอก ผมได้เห็นพัฒนาการหลายอย่างในทีมรวมทั้งนักเตะแต่ละคน เราอยู่อันดับ 8 และบางทีเราอาจจะได้ที่ 7 หรือที่ 6 ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งแน่นอนมันขึ้นอยู่กับผลการแข่งขัน เกมต่อไปของเราคือเจอเชลซี และถ้าเราชนะนัดสุดท้ายได้อีกผมก็คงพอใจมากๆแล้วล่ะ" คล็อปป์ กล่าว
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : thairath.co.th
'คลอปป์' รับสภาพ 'หงส์แดง' สมควรพ่ายหงส์ขาว

กุนซือทีมหงส์แดง ยอมรับ เขาและลูกทีมสมควรพ่ายให้กับ "สวอนซี ซิตี้" ในเกมคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เนื่องจากเล่นกันได้อย่างย่ำแย่ และยอมรับสภาพดังกล่าวในที่สุด...
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 2 พ.ค. ว่า เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมจอมห้าวของ ลิเวอร์พูล ก้มหน้ายอมรับสภาพด้วยการเผย เขาและทัพนักเตะไม่สมควรได้แต้มกลับออกจากถิ่น ลิเบอร์ตี้ สเตเดียม เลยแม้แต่แต้มเดียว หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่ในการพ่ายต่อ สอวนซี ซิตี้ 3-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทัพนักเตะหงส์แดง ต้องเสีย 2 ประตูให้กับเจ้าถิ่นไปตั้งแต่ 33 นาทีแรกของเกม และถึงแม้จะได้ คริสเตียน เบนเตเก มาจุดประกายความหวัง ด้วยการไล่ตีไข่แตกมาเป็น 2-1 ในนาที 65 แต่แล้วก็ต้องมาสังเวยใบแดงของ แบรด สมิธ และประตูย้ำชัยของ อังเดร อายิว จนพ่ายไปในที่สุด 3-1
หลังจบเกม กุนซือลิเวอร์พูล ได้ออกมายอมรับว่าพ่ายแพ้โดยดุษฎี และชี้ว่าในสมควรพ่ายให้กับคู่แข่งแบบราบคาบ โดยไม่สามารถได้แต้มติดมือแต่อย่างใด
"เรามีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในเกมนี้ และนักเตะก็ทำกันได้ค่อนข้างดีในแง่ของฟุตบอล เราสามารถอธิบายอะไรเล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่มันก็ดูเหมือนจะเป็นข้ออ้างมากกว่า"
"เราสมควรแพ้ และพวกเขาสมควรเป็นผู้ชนะ ฟุตบอลมันก็อย่างนี้แหละมีวันที่ดีบ้างแย่บ้าง ผมคิดว่าเราเสียบอลกันค่อนข้างง่ายเกินไป ไม่ได้สร้างความกดดันให้กับคู่ต่อสู้เลย และคิดว่าเราควรจะทำได้ดีกว่านี้ ซึ่งถ้าหากเราเล่นได้ตามปกติที่เคยเป็นมา ผมเชื่อว่าเรามีสิทธิ์ชนะได้"
จากความพ่ายแพ้ในเกมนี้ ทำให้ทีมดังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์รั้งอยู่ในอันดับ 8 ของตาราง ขณะที่เหลือยู่ 3 เกมสุดท้ายของฤดูกาล และมีแต้มห่างจากกลุ่มท็อปโฟร์อยู่ 9 คะแนน
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : thairath.co.th
คลอปป์ คืนถิ่นเก่า! 'หงส์' ทัพใหญ่ บุกถ้ำ 'เสือเหลือง' 8 ทีมยูโรปา

เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือเลือดดอยท์ชของลิเวอร์พูล ต้องนำทัพ “หงส์แดง” บุกไปเยือนถิ่นเก่า “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในศึกยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก คืนนี้ (พฤหัสฯ 7 เม.ย.) เกมนี้ “หงส์แดง” จะวางคูตินโญ และลัลลานา ปั้นเกมรุก คอยป้อนบอลให้แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าตัวเป้า ทำประตู ขณะที่ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ จะจัดชุดเก่งลงบู๊ มีเฮนริก มคิตาร์ยาน, มาร์โก รอยส์ และโอบาเมย็อง เป็นสามประสานในแนวรุก...
ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรป ถ้วย “ยูโรปา ลีก” ฤดูกาล 2015-16 คืนนี้ (พฤหัสฯ 7 เม.ย.) เป็นเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย รวม 4 คู่ โดยคู่เอกบิ๊กแมตช์ของรอบนี้ จะเป็นคู่ไหนไปไม่ได้เด็ดขาด นอกจากการโคจรมาเจอกันระหว่าง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเวทีบุนเดสลีกา เยอรมนี จะเปิดสนามซิกนัล อีดูนา พาร์ก รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ตัวแทนหนึ่งเดียวจากอังกฤษ เริ่มฟาดแข้งเวลา 02.05 น. ถ่ายทอดสดให้ชมทางทรู 4 ยู และทรูบีอิน สปอร์ต
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กว่าจะผ่านมาถึงรอบนี้ได้ ก็ต้องปราบคู่อริตัวฉกาจร่วมเวทีพรีเมียร์ลีกอย่าง “ปิศาจแดง” แมนฯยู ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-1 ในเกมแดงเดือดเวอร์ชั่นยูโรปา ลีก แถมยังดวงเฮงจับติ้วมาเจอกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่แห่งเมืองเบียร์ ซึ่งเป็นทีมเก่าของเจอร์เกน คลอปป์ กุนซือหงส์แดง ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีกต่างหาก
แมตช์นี้ เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือเลือดดอยต์ชของลิเวอร์พูล ต้องนำทัพ “หงส์แดง” บุกมาเยือนบ้านเกิดของตัวเอง ดวลกับ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ทีมเก่าซึ่งเขาเคยสร้างมากับมือ คาดว่าเกมนี้ คลอปป์ จะจัดทีมชุดใหญ่ลงบู๊ มี ซิมง มิโญเลต์ เป็นผู้รักษาประตู พร้อมด้วย นาธาเนียล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก และอัลแบร์โต โมราโน เป็นสี่แบ็กโฟร์ ส่วนแดนกลางส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร ชาน, เจมส์ มิลเนอร์ และอดัม ลัลลานา โดยมี ฟิลิปเป คูตินโญ แข้งพ่อมดชาวบราซิล ยืนเป็นหน้าต่ำ และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า
ส่วนทางด้าน “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ทีมรองจ่าฝูงบุนเดสลีกา ภายใต้การคุมทัพของกุนซือโทมัส ทูเคิล จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เนเวน ซูโบติช กองหลังชาวเซิร์บ ที่เจ็บหนักต้องชวดลงเล่นตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ แต่ทว่าซูโบติชก็เป็นแค่ตัวสำรองในแนวรับของทีมในซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตาม แนวรุกของดอร์ทมุนด์ยังเต็มสูบ โดยมี เฮนริก มคิตาร์ยาน รับบทจอมทัพในแนวรุก คอยป้อนบอลให้ มาร์โก รอยส์ กองหน้าทีมชาติเยอรมนี และ ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมย็อง หัวหอกทีมชาติกาบอง ช่วยกันล่าตาข่าย
สำหรับแนวโน้มเกมนี้ ต้องยกให้ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ เป็นต่อ เพราะมีฟอร์มการเล่นในบ้านที่น่ากลัวมาก โดยเฉพาะ 2 แนวรุกอย่าง มาร์โก รอยส์ และ โอบาเมย็อง ซึ่งมีทั้งความเร็วและการยิงประตูที่เฉียบคม ขณะที่ลิเวอร์พูลอาจมาเน้นตั้งรับ เพื่อดึงผลเสมอกลับบ้าน หรือถ้าแพ้ก็ขอได้ประตูอเวย์โกลกลับไป
ขณะที่ศึกสายเลือดระหว่าง 2 ทีมแห่งแดนกระทิงดุ แอธเลติก บิลเบา จะเปิดสนามซาน มาเมส รับการมาเยือนของ เซบีญา คู่นี้เริ่มเตะเวลา 02.05 น. ยิงสดทางทรูสปอร์ต เอชดี สำหรับโปรแกรมที่เหลืออีก 2 คู่นั้น บีญาร์เรอัล จะเปิดบ้านดวลกับ สปาร์ตา ปราก และ บรากา พบ ชัคเตอร์ โดเนตสก์ เริ่มแข่ง 02.05 น. พร้อมกันทั้งสองคู่
ที่มา : thairath.co.th
บอลวันนี้ Update! ล่าสุด!
เซเว่น ซ็อคเกอร์ แหล่งรวมข้อมูลฟุตบอล ทีเด็ดฟุตบอล วิเคราะห์บอล ราคาบอลวันนี้ พร้อมกับ ตารางบอล และ ผลบอลสดภาษาไทย และยังมีช่องดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ให้ท่านไม่พลาดฟุตบอลแมตซ์สำคัญ


